Digital Ventures

Back to blog

รวม 8 คำศัพท์พื้นฐานเกี่ยวกับ Blockchain ที่คุณควรรู้

DIGITAL VENTURES December 31, 2017 7:40 AM

6,980

“Blockchain คือข้อมูลที่เชื่อมต่อกันหลาย Block เป็นห่วงโซ่”

“การทำ Mining ต้องมีคะแนนของ Proof of work สูงที่สุดถึงจะได้ไป”

เชื่อว่าหลายๆ คนที่สนใจเรื่อง “Blockchain” คงได้ยินประโยคเหล่านี้มากันมาบ้าง เพราะในช่วงปี 2016 – 2017 ที่ผ่านมา ถือว่า Blockchain เป็นเทคโนโลยีมาแรงจนใครๆ ก็พูดถึง ในบ้านเราหน่วยงานราชการ หน่วยงานเอกชน มหาวิทยาลัย สถานศึกษา ต่างก็วิจัยค้นคว้ากันอย่างแพร่หลาย Blockchain ยังได้รับการพูดถึงในงานสัมมนาต่างๆ ทั้งเวทีใหญ่เล็กทั่วโลกตลอดปีที่ผ่านมา วันนี้เรามีคำศัพท์เทคนิค 8 คำหลักๆ ที่เกี่ยวกับเทคโนโลยี Blockchain มาแชร์ให้ทุกคนเข้าใจแบบง่ายๆ เพื่อจะได้ตามเทคโนโลยีแห่งปีให้ทัน มาเริ่มกันเลย

8 คำศัพท์ Blockchain พื้นฐานที่ควรรู้

Blockchain

หากแปลตรงตัวเข้าใจง่ายๆ ก็คือห่วงโซ่ของ Block โดยนำ Block มาเรียงต่อๆ กันยาวเป็นลูกโซ่โดยแต่ละข้อของโซ่มีความสัมพันธ์กัน หากข้อใดข้อหนึ่งผิดแปลกไปก็จะทำให้โซ่ไม่สมบูรณ์ ระบบก็จะทำการเรียงโซ่ใหม่โดยเอาข้อต่อที่อยู่ในโซ่อื่นที่เหมือนๆ กันมาทับ สามารถแชร์และเปิดการเข้าถึงให้กับใครก็ได้ที่มีสิทธิ์

Block

ชุดของฐานข้อมูลที่บอกให้ผู้ใช้ทั้งระบบทราบที่มาที่ไปของข้อมูลนั้นๆ เช่น โอนเงินจากนาย A ไปยังนาย B จำนวนเท่าไหร่ จากเดิมมีเท่าไหร่ เวลาเท่าไหร่ มีที่มาที่ไป ซึ่งหากใครคิดจะ Hack ข้อมูลเหล่า ก็จะต้อง Hack ทุก Block ในระบบซึ่งเชื่อมต่อกันอยู่มากมายและอัพเดทถึงกันตลอดเวลาแบบ Real-time โดย Block แรกในทุกๆ Chain ที่เกิดขึ้นจะเรียกว่า “Genesis Block”

Address

เปรียบเสมือนกับเลขบัญชีธนาคารใช้ในการรับส่งเงินดิจิทัลจากคนอื่นในเครือข่าย โดยจะประกอบไปด้วยอักษรภาษาอังกฤษเล็กใหญ่และตัวเลขผสมกันไปโดยส่วนใหญ่จะทำให้อยู่ในรูป QR code เพื่อจะได้แสกนแล้วแลกเปลี่ยนกันได้ง่ายๆ

Distributed Ledger

ประเภทโครงสร้างข้อมูลแบบกระจายศูนย์ คือสามารถกระจายไปยังสถานที่ ประเภท หรือสถาบันอื่นๆ ได้ มีหลักตรงข้ามกับการเก็บข้อมูลไว้เพียงที่เดียว ยกตัวอย่างเช่น การเก็บเอกสารไว้ในลิ้นชักใน office ที่เดียว แต่ถ้า Distributed Ledger จะเป็นการเก็บเอกสารไว้ทุกๆ แห่งทั่วโลก และเฉพาะผู้ที่มีกุญแจที่จะเปิดแฟ้มข้อมูลนั้นๆ ได้ บางคนเปิดอ่านได้ แต่บางคนเปิดและเขียนได้ หากมีการเปลี่ยนแปลงเอกสารก็จะถูกเปลี่ยนแปลงไปพร้อมๆ กันทั่วโลก ซึ่งเป็นโครงสร้างของข้อมูลที่อธิบายการทำงานของ Blockchain นั่นเอง

Smart Contracts

เป็นการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์เข้าไปใน Blockchain เพื่อให้ทำงานอัตโนมัติตามเงื่อนไขที่ตั้งเอาไว้ เช่น หากมีการโอนเงินจำนวนหนึ่งจาก นาย A เข้ามายัง Address ของนาย B ก็ให้โปรแกรมนี้ทำงานบางอย่าง เช่น ส่งสินค้าดิจิทัลบางอย่างให้หรือเพิ่มอายุสมาชิกบางอย่างได้ตามที่โปรแกรมกำหนด

Cryptocurrency

สกุลเงินดิจิทัลที่เกิดขึ้นมาจากการเข้ารหัสทางคณิตศาสตร์ขั้นสูงที่มีความซับซ้อนมาก ทำให้มีความปลอดภัยสูง ในบางประเทศสกุลเงินดิจิทัลนี้สามารถนำมาแลกเป็นเงินจริงๆ ได้ด้วย

Mining

การ Mining คือการทำเหมืองขุดเงินดิจิทัลหรือ Cryptocurrency เพื่อให้ได้มาซึ่งเงินตราดิจิทัล โดยหลักการทำงานคือใช้ Computer Hardware พิเศษและพลังงานขั้นสูงเพื่อแก้ปัญหาที่เข้ารหัสทางคณิตศาสตร์เอาไว้

Proof of Work

เมื่อมีการขุดเงินตราดิจิทัลหลายๆ คน จึงต้องมีการตัดสินว่าใครเป็นผู้ชนะในการขุดครั้งนี้ โดยมี Proof of Work นี่เองเป็นตัวตัดสินถ้าใครมีการขุดมากก็จะมีคะแนน Proof of Work มากก็ถือว่าได้ถือครองเงินจากการขุดในรอบนั้นไปโดยไม่มีข้อแม้

อ้างอิง นิตยสาร Distributed ฉบับ Spring 2017