Digital Ventures

Back to blog

Artificial Intelligence for Healthcare เมื่อปัญญาประดิษฐ์ดูแลสุขภาพเราได้

DIGITAL VENTURES April 27, 2018 10:47 AM

3,678

ทุกวันนี้ เทคโนโลยี AI หรือปัญญาประดิษฐ์ถูกนำมาใช้ในวงการต่างๆ โดยเฉพาะวงการที่มีข้อมูลจำนวนมากซึ่งปัญญาประดิษฐ์สามารถทำความเข้าใจได้รวดเร็วและมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทำให้หลายๆ คนที่ติดตามข่าวและเทคโนโลยีรู้สึกว่า AI เป็นเรื่องที่ล้ำสมัยและไกลตัว แต่ล่าสุด ความสามารถของ AI ได้มีการนำมาปรับใช้กับเรื่องที่ใกล้ตัวเรามากขึ้นอย่าง สุขภาพ หรือ Healthcare โดยเริ่มมีหลายบทบาทในวงการแพทย์ ใน Blog นี้ Digital Ventures จะพาไปดูว่าปัญญาประดิษฐ์หรือ AI สามารถช่วยดูแลสุขภาพของเราได้อย่างไร

มาดูที่มาที่ไป ทำไม HealthTech ต้องพึ่งพา AI?

HealthTech นั้นเป็นกลุ่มเทคโนโลยีที่ถูกพัฒนาเพื่อดูแลสุขภาพแบบครบวงจร ทั้งนวัตกรรมการตรวจสุขภาพ การรักษา และการเงินที่เกี่ยวข้องกับการดูแลสุขภาพ ซึ่ง HealthTech Startup เป็นอีกแวดวงหนึ่งที่มีเงินลงทุนสูงปีละหลายพันล้านเหรียญสหรัฐฯ และมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ ในอนาคต

สิ่งที่เป็นผลพวงจากการพัฒนาทางการแพทย์ คือ จำนวนข้อมูลที่มากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งจากการค้นคว้าและการเก็บหลักฐานการรักษา ยิ่งเมื่อ HealthTech ได้รับการพัฒนามากขึ้น ข้อมูลทางการแพทย์ก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นชนิดก้าวกระโดด ซึ่งรวมถึงการเก็บข้อมูลของภาครัฐที่ละเอียดระดับ DNA ที่เริ่มทดลองแล้วที่เอสโตเนีย, สหรัฐอเมริกา และ สหรัฐอาหรับเอมิเรต โดยประเมินกันว่าข้อมูลทางการแพทย์ทั่วโลกจะมีปริมาณถึง 2,314 ล้าน Terabyte ในปี 2020

ด้วยข้อมูลจำนวนมหาศาล ถือเป็นภาระของแพทย์และบุคลากรซึ่งต้องใช้อ้างอิงเพื่อการรักษาผู้ป่วยอย่างมีประสิทธิภาพ เทคโนโลยีจัดการข้อมูลทั้งหลายรวมถึงปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งเรียนรู้จากข้อมูลดิจิทัลจำนวนมหาศาลจึงเหมาะที่จะเข้ามามีบทบาทร่วมกับบุคลากรทางการแพทย์ในเวลานี้

ประโยชน์ของปัญญาประดิษฐ์ไม่ได้จำกัดอยู่ที่การใช้ประโยชน์จากข้อมูลมหาศาลเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการตัดสินใจนำเสนอผลลัพธ์จากข้อมูลที่มีอยู่ สามารถเพิ่มเติมและปรับปรุงข้อมูลในระบบเพื่อการรักษาอย่างแม่นยำได้ จึงมีแนวคิดนำข้อมูลจากการค้นคว้า กรณีศึกษา รวมถึงผลการรักษาที่มีอยู่ทั่วโลกมาให้ AI เรียนรู้และนำเสนอผลการวิเคราะห์โรค ซึ่งไม่เพียงแต่ได้ผลลัพธ์ที่แม่นยำเท่านั้น แต่ยังใช้เวลาน้อยกว่า ลดค่าใช้จ่าย และตอบโจทย์ในพื้นที่ห่างไกลด้วย

ทีนี้ มาดูตัวอย่างนวัตกรรมปัจจุบันที่กำลังพัฒนา HealthTech โดยใช้ AI กันดีกว่าว่าจะล้ำหน้าไปขนาดไหน

Google คิดค้นวิธีรายงานผลเกี่ยวกับโรคหัวใจได้ด้วยการแสกนดวงตา

เริ่มที่ตัวอย่างจาก Google บริษัทไอทีรายใหญ่ของโลก ซึ่งเป็นบริษัทที่ตื่นตัวด้าน HealthTech อย่างมาก ได้เผย AI สำหรับตรวจวิเคราะห์สุขภาพผ่านการสแกนดวงตา ซึ่งได้ผลการตรวจที่ละเอียดทั้งความดันเลือด อายุ หรือแม้แต่พฤติกรรมการสูบบุหรี่ ทำให้สามารถรายงานผลสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับโรคหัวใจได้เกือบครบถ้วนโดยไม่ต้องเจาะเลือด ช่วยลดขั้นตอนและค่าใช้จ่ายการตรวจได้ชัดเจน กระบวนการนี้เป็นผลมาจากการสแกนม่านตาของกลุ่มตัวอย่างกว่า 300,000 คน แล้วให้ AI เปรียบเทียบ วิเคราะห์ข้อมูล และรายงานผลนั่นเอง

ออกแบบเครื่องมือตรวจโรคขนาดพกพาสำหรับพื้นที่ห่างไกล

AI ยังสามารถให้บริการตรวจโรคในพื้นที่ห่างไกลได้ผ่านเทคโนโลยี Cloud อย่างที่เกิดขึ้นในประเทศอินเดีย โดย Startup จากอินเดียที่ชื่อว่า SigTuple ซึ่งออกแบบเครื่องมือตรวจโรคขนาดกะทัดรัดที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตไปยัง AI โดยแพทย์จะนำเลือดหรือสารคัดหลั่งในร่างกายผู้ป่วยเข้าเครื่องตรวจโรค ตัวเครื่องจะจับรายละเอียดภายในของสารนั้นๆ แล้วส่งข้อมูลให้ AI วิเคราะห์ เมื่อ AI วิเคราะห์เสร็จก็จะส่งผลกลับมายังแพทย์ โดยหากตรวจพบว่าต้องใช้เครื่องมือรักษามาก AI ก็จะดำเนินการแจ้งโรงพยาบาลใหญ่ให้มารับผู้ป่วย พร้อมส่งผลการวินิจฉัยเบื้องต้นให้โดยทันที ซึ่งขั้นตอนทั้งหมดจะใช้เวลาราว 5 นาทีเท่านั้น

Telemedicine วินิจฉัยโรคเบื้องต้นโดยไม่ต้องเดินทางไปเจอหมอ

นอกจากการวินิจฉัยโรคที่ซับซ้อนหรืออาการป่วยฉุกเฉินแล้ว AI ยังมีบทบาทในการดูแลเราในชีวิตประจำวันได้ ซึ่งปัจจุบันมี Startup หลายรายพัฒนา Chatbot ที่คอยตอบคำถามเพื่อวินิจฉัยโรคในเบื้องต้นได้ ซึ่งมีความแม่นยำมากจากผสานเทคโนโลยี AI อย่างเช่น Babylon Health จากประเทศอังกฤษ และ Ada Health จากประเทศเยอรมนี ซึ่งสร้าง Platform วินิจฉัยโรคเบื้องต้นด้วย AI ผสานกับ Telemedicine ผู้ใช้สามารถจะได้รับคำสอบถามอาการเบื้องต้น จากนั้น AI ก็จะวิเคราะห์ว่าควรพบแพทย์หรือไม่ หากต้องพบก็สามารถ Video Call หาแพทย์ในเครือข่ายได้ทันที

ระบบที่ออกแบบประกันสุขภาพให้เหมาะสมกับแต่ละคน

ไม่เพียงแต่การดูแลสุขภาพโดยตรงเท่านั้น แต่ยังมี Startup ที่นำเทคโนโลยี AI ใช้จัดการระบบงานของการประกันสุขภาพด้วยเช่น Oscar บริษัท Startup จากสหรัฐอเมริกา ที่ใช้ AI วางแผนการประกันสุขภาพเป็นรายบุคคล โดยเฉพาะการจับคู่แพทย์ให้เหมาะกับสุขภาพของผู้เอาประกัน ซึ่งไม่เพียงแต่ทำให้การรักษาได้ผล ยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายของทั้งระบบในระยะยาวด้วย

จะเห็นได้ว่าเทคโนโลยี AI สามารถทำงานครอบคลุม HealthTech ครบทั้ง Ecosystem เลยทีเดียว ยิ่งในยุคที่ข้อมูลเพิ่มขึ้นอย่างในปัจจุบัน AI จะยิ่งมีประสิทธิภาพมากขึ้นเรื่อยๆ ส่วน HealthTech เองก็ทำให้เราได้รับการดูแลที่ดีขึ้น เป็นผลจากการพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูงเช่นกัน

ข้อมูลและรูปภาพโดย

cbinsights.com, techinasia.com, wareable.com, sigtuple.com, medgadget.com