Digital Ventures

Back to blog

Why Health Tech Matters Now? จับตาดู Impact จากเทคโนโลยีด้านสุขภาพในวันนี้

DIGITAL VENTURES May 02, 2019 5:08 PM

1,542

“สุขภาพ” นับเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับชีวิตของทุกคน ซึ่งทุกวันนี้ ต้องยอมรับว่าการพัฒนาของเทคโนโลยีส่งผลต่อการ “ดูแลสุขภาพ” ของเราอย่างมาก เทคโนโลยี Deep Tech ช่วยให้เราได้ใช้ Solution ใหม่ๆ ด้านสุขภาพนับตั้งแต่ใน Smartphone จนถึงในโรงพยาบาล จนอาจกล่าวได้ว่าเทคโนโลยีด้านสุขภาพหรือ Health Tech คือเทคโนโลยีที่จะมีผลกับชีวิตของเรานับตั้งแต่วันนี้เป็นที่เรียบร้อย ในครั้งนี้ Digital Ventures จึงชวนทุกท่านมาสำรวจผลกระทบจาก Health Tech ที่เกิดขึ้นทั้งในวันนี้และอนาคตอันใกล้กัน

 

 

“ภาพรวม” ที่สะท้อน Impact ของเทคโนโลยีสุขภาพ

อุตสาหกรรมด้านการแพทย์และสาธารณสุขเป็นอีกหนึ่งแวดวงที่มีการเติบโตอย่างสูงในยุคที่เทคโนโลยีมีส่วนกับชีวิตประจำวัน ข้อมูลจาก Healthcare Asia ระบุว่าอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสุขภาพในปี 2018 มีมูลค่าทะลุหลัก “แสนล้าน” ดอลลาร์สหรัฐฯ ไปแล้ว

นอกจากมูลค่าตลาดแล้ว ยังมีสัญญาณจากบริษัทไอทีรายใหญ่ไม่ว่าจะเป็น Apple, Google รวมถึง Samsung ที่เริ่มหันมาพัฒนา Product และ Solution ด้าน Healthcare กันมากขึ้น เป็นอีกสัญญาณที่บอกได้ว่า Health Tech จะไม่หยุดอยู่แค่การเป็นผลิตภัณฑ์ทางเลือกอีกต่อไป

หนึ่งในสาเหตุที่เด่นชัดมากคือการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุในประเทศต่างๆ ทั่วโลก ทำให้เกิดความต้องการด้านการดูแลสุขภาพที่เพิ่มขึ้นและเข้มข้นขึ้น โดยจากรายงานของธนาคารแห่งประเทศไทยระบุว่าประเทศในภูมิภาคเอเชียมีแนวโน้มสัดส่วนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าภายในปี 2040 นับเป็นปัญหาที่หลายฝ่ายเริ่มตระหนักและนำไปสู่การลงทุนด้าน Health Technology เป็นมูลค่าถึง 3,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในครึ่งปีแรกของปี 2018 จากรายงานของ Galen Growth Asia

เทคโนโลยีสุขภาพก้าวหน้า สังคมจะได้อะไร

สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี (Good Health and Well Being) เป็นหนึ่งในมาตรฐานที่ถูกระบุไว้ใน Sustainable Development Goals โดยสหประชาชาติ เพื่อเป็นแนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืนของมนุษยชาติ แต่เป้าหมายดังกล่าวอาจไปไม่บรรลุ ด้วยการใช้เทคโนโลยีเดิมๆ จึงจำเป็นต้องอาศัยกระบวนการใหม่ๆ จาก Health Tech ซึ่งมีตัวอย่างดังนี้

  • รักษาโรคอย่างทั่วถึงด้วย Telemedicine ปัจจุบันเทคโนโลยีเครือข่ายช่วยให้เราสามารถรับส่งข้อมูลได้สะดวกและรวดเร็ว การแพทย์จึงได้ใช้ประโยชน์จากคุณสมบัตินี้ด้วยการพัฒนา Solution ด้านการรักษาทางไกล หรือ Telemedicine เพื่อนำพาทั้งความรู้ ความเชี่ยวชาญของแพทย์ไปยังพื้นที่ต่างๆ กว้างขวางยิ่งขึ้น และในอนาคตที่เราจะมีเทคโนโลยีเครือข่ายอย่าง 5G ก็จะยิ่งทำให้ Telemedicine มีประสิทธิภาพทั้งแนวกว้างและเชิงลึกกว่าเดิม
  • Virtual Doctor คุณหมอเสมือนด้วย AI ด้วยจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้นมากกว่าจำนวนบุคลากรทางการแพทย์ ทำให้บริการทางการแพทย์ต่างๆ ไม่สามารถรองรับได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ จึงทำให้เกิดแนวคิดสร้าง AI ที่ทำหน้าที่เบื้องต้นของคุณหมอได้ เช่น วินิจฉัยโรค ให้คำแนะนำเมื่อเกิดบางอาการ ซึ่งถ้าหากผู้รับการรักษามีอาการรุนแรงจนต้องพบแพทย์จริงๆ ก็สามารถส่งต่อไปยังแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้
  • AI Health Planner ปัญญาประดิษฐ์ผู้ช่วยดูแลสุขภาพ ปฏิเสธไม่ได้ว่าการ “ขาดความรู้” เป็นปัจจัยบั่นทอนการดูแลสุขภาพของคนทุกยุคทุกสมัย แต่โชคดีที่ในปัจจุบัน นอกจากเราจะอยู่ในยุคของข้อมูลแล้ว เรายังอยู่ในยุคที่การ “ประยุกต์ใช้” ข้อมูลเบ่งบานมากขึ้นด้วยเทคโนโลยี AI จึงทำให้เกิด Solution ที่ผลักดันให้เราสามารถ “ปฏิบัติตาม” วิธีการดูแลสุขภาพได้ง่ายขึ้น
  • Quantum Computing for Healthcare ก้าวสู่ขอบเขตใหม่ด้านการแพทย์ด้วย Quantum Computing การแพทย์และการดูแลสุขภาพเป็นวิทยาศาสตร์ที่มีการค้นคว้าและพัฒนาอย่างไม่หยุดนิ่ง แต่เครื่องมือช่วยค้นคว้าในปัจจุบันเริ่มถึงขีดจำกัดที่อาจไม่ช่วยนำพาการแพทย์ไปสู่ขอบเขตใหม่ได้ ดังนั้น Quantum Computing จึงนับเป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยีที่สำคัญต่อด้านการแพทย์และสุขภาพไม่น้อย โดยปัจจุบันนี้ นักวิจัยเริ่มพบความรู้ใหม่ด้านสุขภาพผ่านการนำ Quantum Computing มาใช้มากขึ้นแล้ว

 

 

“ความท้าทาย” ที่ชะลอความแพร่หลายของ Health Tech

แม้ว่า Health Tech จะกลายเป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่และเริ่มส่งผลต่อภาพรวมของสังคมในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แต่ก็มีข้อท้าทายจำนวนมากที่ทำให้ต้อง “ทบทวน” การใช้งาน Health Tech โดยมีประเด็นที่น่าสนใจดังนี้

  • ข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลยังเป็นประเด็นละเอียดอ่อน ยิ่งในยุคที่ AI สามารถใช้ข้อมูลให้เกิดผลลัพธ์ต่างๆ การจัดการข้อมูลส่วนบุคคลยิ่งกลายเป็นเรื่องละเอียดอ่อนกว่าที่เคย ยิ่งข้อมูลสุขภาพที่หลายคนถือเป็นความลับระหว่างผู้รับการรักษากับแพทย์ ทำให้ผู้รับการรักษาหลายคนยังไม่สบายใจที่จะใช้ Solution ใหม่จาก Health Tech ทำให้ไม่เกิดการเติบโตเท่าที่ควร
  • มาตรการภาครัฐ เนื่องจากเรื่องสุขภาพเป็นเรื่องใหญ่ที่มีผลกระทบต่อสังคมระดับประเทศ ทำให้แต่ละภาครัฐต้องควบคุมตามข้อจำกัดของแต่ละประเทศ อีกทั้งข้อบังคับในส่วนนี้ยังเข้มข้นกว่าข้อบังคับที่เกิดขึ้นในอุตสาหกรรมอื่นๆ มาตรการที่เข้มงวดจึงถือเป็นความท้าทายในการพัฒนา Health Tech ทั้งระดับประเทศ และระดับโลก

 

ภาครัฐและภาคธุรกิจ 2 ผู้ขับเคลื่อน Health Tech ให้พร้อมใช้งานจริง

จากความท้าทายที่กล่าวไปแล้ว อาจทำให้เกิดปัญหาในการนำ Health Tech มาใช้ในวงกว้าง ดังนั้น จึงจำเป็นต้องมีผู้ที่ลุกขึ้นมานำการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวให้ชัดเจนขึ้น ดังนี้

  • ผลักดันมาตรการโดยภาครัฐ หน่วยงานที่มีหน้าที่กำกับดูแลจำเป็นต้องศึกษาถึงผลกระทบจากเทคโนโลยีให้ลึกซึ้ง และเลือกกำหนดนโยบายที่ช่วยเน้นให้ประชาชนได้ประโยชน์ ในขณะเดียวกัน ก็ควรจะดูแลผลประโยชน์ของประชาชนผ่านการกำหนดขอบเขตการใช้ข้อมูล ซึ่งปัจจุบันนี้ หลายประเทศมีการออกนโยบายชัดเจนในด้าน Health Tech เช่น สหรัฐฯ ซึ่งถือเป็นตลาด Health Tech ที่ใหญ่ที่สุดในโลก
  • ผลิตอย่างมีมาตรฐานโดยภาคธุรกิจ เป็นภาคส่วนที่ได้ประโยชน์เต็มที่ในฐานะผู้ผลิตและส่งมอบ Product และ Solution ให้ผู้ใช้งาน นอกจากจะต้องออกแบบผลิตภัณฑ์ให้มีประสิทธิภาพแล้ว ยังต้องมีความรับผิดชอบต่อผู้ใช้งานเสมอ ซึ่งในัจจุบันนี้ เริ่มมีมาตรการรวมถึงข้อกำหนดมาตรฐานที่ออกแบบเพื่อเทคโนโลยีสุขภาพให้ปฏิบัติตามแล้ว ซึ่งหากภาคธุรกิจปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดจะช่วยให้ผู้ใช้ไว้วางใจและหันมาใช้งานมากขึ้น

 

เพราะเรื่องสุขภาพเป็นสิ่งที่ส่งผลกระทบต่อทั้งเราและสังคม การศึกษาผลลกระทบของ Health Tech ช่วยให้เรารับมือความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นและใช้ประโยชน์จากความเปลี่ยนแปลงนี้ได้เต็มที่อีกด้วย ทั้งนี้ Digital Ventures ยังมีเรื่องราวเกี่ยวกับเทรนด์เทคโนโลยีที่ส่งผลต่อชีวิตมานำเสนอกันอีก อย่าพลาดติดตามในโอกาสต่อไป

ขอขอบคุณข้อมูลจาก healthcareasiamagazine.com, bot.or.th, mckisey.com และ Galen Growth Asia