Digital Ventures

Back to blog

รู้จัก “WealthTech” อีกหนึ่งสาขาของ FinTech ที่น่าจับตามอง ผ่านกลยุทธ์การพัฒนาด้านการเงินของ “ประเทศจีน”

DIGITAL VENTURES August 21, 2018 5:59 PM

3,335

Startup ก็คือผู้เล่นหลักที่ได้เข้ามาเปลี่ยนแปลงวงการการเงินในประเทศจีน เช่น บริการกู้เงินรูปแบบ Peer-to-peer (P2P) Lending ที่มีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว จนนับได้ว่าเป็นการ Disrupt วิถีการกู้ยืมเงินแบบเดิมๆ ไปอย่างสิ้นเชิง ซึ่งนอกจาก FinTech ประเภท B2C แล้ว ยังมี FinTech อีกหนึ่งประเภทอย่าง “WealthTech” ที่กำลังเป็นน่าจับตามองเนื่องจากเชื่อกันว่าจะเป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยีสำคัญที่จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงวงการการเงินทั่วโลกได้ มารู้จักกับ “WealthTech” ให้มากขึ้น ผ่านกรณีศึกษาจากแผนพัฒนาการเงินของประเทศจีนในบทความนี้

รู้จักกับธุรกิจ Wealth Management กับกลุ่มลูกค้า High Net Worth Individuals (HNWIs) และ Mass Affluent - มีผลอย่างไรต่อเศรษฐกิจของชาติ

Wealth Management  

  • คือบริการทางการเงินให้กับลูกค้าที่มีความมั่งคั่งสูง โดยเป็นบริการที่ให้คำปรึกษา และวางแผนในการบริหารจัดการสินทรัพย์ของลูกค้าให้เกิดประโยชน์สูงสุด เช่น การนำเงินไปลงทุนในรูปแบบต่างๆ แทนที่การฝากแแบบออมทรัพย์เพียงอย่างเดียว ซึ่งเป็นการบริการที่เข้าไปแก้ปัญหาให้กับกลุ่มลูกค้าผู้มั่งคั่งที่ส่วนใหญ่มีภาระหน้าที่มากมายจึงไม่มีเวลาในการจัดการทรัพย์สินที่มีอยู่ได้มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร

High Net Worth Individuals (HNWIs) หรือกลุ่มนักลงทุนรายใหญ่

  • เป็นกลุ่มของนักลงทุนที่มีความมั่งคั่งสูง โดยเป็นผู้ที่มีสินทรัพย์ที่สามารถลงทุนได้ โดยไม่นับรวมที่อยู่อาศัย มูลค่าตั้งแต่ 1 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขึ้นไป (ประมาณ 33 ล้านบาท) ซึ่งจำนวนของบุคคลในกลุ่ม High Net Worth Individuals เป็นอีกหนึ่งตัวชี้วัดความมั่งคั่งของประเทศและศักยภาพของเศรษฐกิจในประเทศได้

Mass Affluent กลุ่มคนที่มีความมั่งคั่งระดับกลาง

  • เป็นกลุ่มคนที่จบการศึกษาในระดับอุดมศึกษาขึ้นไป มีรายได้และกำลังในการซื้อสูง มีการออมและการลงทุนที่ต่อเนื่อง เป็นกลุ่มนักลงทุนรุ่นใหม่ ที่มักจะใช้เงินโดยคิดถึงความคุ้มค่าเป็นหลัก โดยคนกลุ่มนี้จะมีความกระตือรือร้น ทะเยอทะยาน มีความต้องการที่จะประสบความสำเร็จมากขึ้น และจะมีความภาคภูมิใจกับความสำเร็จของตนเองสูง ซึ่งการประสบความสำเร็จของคนกลุ่มนี้ก็นับเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยผลักดันระบบเศรษฐกิจของประเทศทั้งในด้านศักยภาพและการขยายตัวได้อย่างยั่งยืน อีกทั้งยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้มีการสร้างเทคโนโลยีทางการเงินหรือ FinTech และการบริการทางการเงินประเภทใหม่ๆ ขึ้น เนื่องจากเป็นกลุ่มที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ทำให้เหล่าธนาคารและสถาบันการเงินต่างหันมาโฟกัสกลุ่มนี้กันอย่างจริงจัง และสร้างผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ ออกมาเพื่อดึงดูดกลุ่ม Mass Affluent โดยเฉพาะ

อย่างไรก็ตามกลุ่มลูกค้าอย่าง HNWIs และ Mass Affluent มีลักษณะที่เหมือนกันอย่างหนึ่งคือ มีความต้องการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้บริหารจัดการเงินของพวกเขา ชื่นชอบการใช้บริการออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็น Mobile Banking การดำเนินงานจัดการสินทรัพย์ ติดตามการลงทุนในตลาดผ่านทาง Online รวมถึงการบริหารพอร์ตการลงทุนผ่านช่องทาง Online จากผลสำรวจโดย PWC พบว่า 89% ของกลุ่มผู้มีความมั่งคั่งสูงในเอเชียแปซิฟิกใช้อุปกรณ์ดิจิทัลมากกว่า 3 ชิ้นขึ้นไป ขณะที่ 91% ใช้ Internet และ Application ผ่าน Smartphone เป็นประจำทุกวัน

Credit: iStock

ประเทศจีนเห็นโอกาสด้าน Wealth Management : ปรับโฟกัสจากกลุ่ม HNWIs สู่ Mass Affluent

  • เนื่องจากประเทศจีนเป็นประเทศที่มีประชากรอยู่มาก และมีเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง จึงไม่เป็นที่น่าแปลกใจนักที่ประเทศจีนจะมีมหาเศรษฐีหรือกลุ่ม HNWIs มากเป็นอันดับต้นๆ ของโลก แต่ที่น่าสังเกตคือ ระยะหลังมานี้ เหล่าธนาคารในจีนเริ่มหันไปโฟกัสการบริการกลุ่ม Mass Affluent กันมากขึ้น เนื่องจาก Mass Affluent ได้กลายเป็นกลุ่มที่มีขนาดใหญ่และมีการเติบโตรวดเร็วมากที่สุดในเอเชีย โดยมีคาดการณ์ว่า ภายในปี 2020 จะมีมูลค่าสินทรัพย์รวมทั้งสิ้น 43.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกา คิดเป็น 20% ของธุรกิจ Wealth Management ในเอเชีย จึงกลายเป็นโอกาสสำคัญของสถาบันการเงินที่จะต้องพัฒนาบริการที่ตอบโจทย์ Mass Affluent และทำให้เกิดการมุ่งพัฒนา “WealthTech” เพื่อเข้ามาเป็น Solution ในด้านนี้

Credit: andysowards.com

Robo Advisor - WealthTech ตัวช่วยสำคัญในการดึงดูด Mass Affluent

  • Robo Advisor เป็นระบบอัจฉริยะที่ใช้เทคโนโลยีเช่น AI หรือ Big data เข้ามาช่วยบริหารความมั่งคั่ง โดยมีการพัฒนาออกมามากมายเพื่อมัดใจลูกค้ากลุ่ม Mass Affluent โดยเทคโนโลยี Robo-advisory ดังกล่าวจะทำหน้าคอยช่วยให้คำแนะนำและวิเคราะห์การลงทุนแบบออนไลน์ ช่วยให้เข้าใจถึงเรื่องการลงทุนที่ซับซ้อนได้โดยง่าย ช่วยจับคู่การลงทุนให้ตรงกับความพึงพอในความเสี่ยงของลูกค้าแต่ละรายอย่างแม่นยำ และยังช่วยดูแล Portfolio ของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว

อย่างไรก็ตาม มีการคาดการณ์โดยอ้างอิงจากข้อมูลของ Statista ถึงจำนวนของผู้ใช้งานจีนที่เลือกใช้บริการ Robo Advisor เพื่อช่วยจัดการการลงทุนว่าจะเพิ่มสูงถึง 80 ล้านคน ภายในปี 2020 ซึ่งเป็นตัวเลขที่มากกว่ามี 2016 ที่มีจำนวนผู้ใช้น้อยกว่า 2 ล้านคน ถึง 40 เท่าตัว

ถึงแม้ว่าภาคธุรกิจ Wealth Management จะยังไม่มีลูกเล่นมากนักหากเทียบกับบริการการเงินด้านอื่นๆ แต่เชื่อว่าเทคโนโลยีเบื้องหลังต่างๆ อย่าง AI หรือ Big Data ที่เรียกได้ว่าเป็น Deep Tech นี้ จะช่วยพัฒนา WealthTech รูปแบบใหม่ๆ ทั้งในจีนและในประเทศต่างๆ เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นให้กับผู้ใช้ได้ในไม่ช้า ซึ่ง Digital Ventures จะคอยนำข้อมูลมาอัพเดทให้ทุกคนได้อ่านกันต่อไป

ที่มาของข้อมูล

The WealthTech Book: The FinTech Handbook for Investors, Entrepreneurs and Finance Visionaries by Susanne Chishti

Aommoney.com