Digital Ventures

Back to blog

Tech Scene in China เจาะลึกภาพรวมการพัฒนาด้านเทคโนโลยีของจีน

DIGITAL VENTURES October 30, 2018 6:01 PM

1,674

Digital Ventures ได้พูดถึงประเทศจีนในด้านการพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆ มาบ้างแล้ว วันนี้เราอยากให้ผู้อ่านได้เห็นภาพใหญ่ ซึ่งเป็นภาพล่าสุดของความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีของจีนในปัจจุบัน กับหัวข้อ Tech Scene in China โดยสะท้อนปัจจัยที่เอื้อให้จีนประสบความสำเร็จ ทั้งจากนวัตกรรมต่างๆ ที่เป็นผลิตผลจากบริษัทยักษ์ใหญ่ จนถึงระดับสตาร์ทอัพ รวมถึงการสนับสนุนของรัฐบาลจีน

China Internet Industry ใหญ่ไม่แพ้ USA

แม้จะปฏิเสธไม่ได้ว่าสหรัฐฯ จะมีหลายบริษัทที่ยังคงครองความเป็นใหญ่ใน Internet Industry และอยู่มายาวนาน แต่ปัจจุบันหลายบริษัทยักษ์ใหญ่ในจีนก็สามารถไล่ตามมาได้ติดๆ ดังจะเห็นได้จากการจัดอันดับ Internet Company ของโลก โดยใช้มูลค่าตามราคาตลาด หรือ Market Capability เป็นเกณฑ์ในการเปรียบเทียบ จะเห็นว่ามีบริษัทของจีนติดอันดับมากถึง 7 รายจาก 15 อันดับแรก นำโดย Tencent และ Alibaba ซึ่งแต่ละรายมีมูลค่าเกิน 400,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ตามมาด้วย Baidu, JD, Ctrip และ Weibo ซึ่งสินค้าและบริการของทุกบริษัทนั้น ล้วนโดดเด่น หลากหลาย ตั้งแต่ Content Platform, E-Commerce, Payment, Social Network, Sharing Economy, Gaming และ E-Sport  ทั้งยังมีการพัฒนาเทคโนโลยีชั้นสูงอย่าง Blockchain, Big Data และ AI เพื่อรองรับเทรนด์ต่างๆ ในอนาคตของผู้บริโภคด้วย

Tech Company คือหัวใจสำคัญของจีนเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจ Digital

Tech Company ในจีนมีมูลค่าตลาดรวมกันสูงมาก โดยคิดเป็น 30% ของ GDP ของประเทศ ความน่าสนใจคือ Tech Company ในจีนนั้นเริ่มกิจการในปี 1998 แต่มีอัตราเติบโตที่รวดเร็วมากเมื่อเทียบกับบริษัทแบบดั้งเดิม หรือ Traditional Company ของจีนที่ก่อตั้งมาอย่างยาวนาน

สำหรับบริษัทชั้นนำในกลุ่ม Tech Company นี้หนีไม่พ้น Alibaba Baidu และ Tencent นอกจากจะให้บริการบนอินเทอร์เน็ตแบบครบวงจรแล้ว ทั้ง 3 บริษัทยังเป็นหัวหอกด้านการพัฒนาเทคโนโลยีในประเทศจีนด้วย

  • Baidu บริษัทอินเทอร์เน็ตที่ปรับกลยุทธ์มาพัฒนา AI เต็มรูปแบบ ทั้งการพัฒนายานยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ และระบบปฏิบัติการ AI สำหรับผู้บริโภคแบบเดียวกับ Siri หรือ Alexa นอกจากนี้ ภายในบริษัทยังให้ความสำคัญกับการบ่มเพาะบุคลากรเรื่อง AI ด้วยการจัดทำหลักสูตรระยะสั้นซึ่งผลิตนักพัฒนา AI จากผู้มีความรู้ด้าน Computer Science จำนวนกว่า 100,000 คน
  • Alibaba บริษัทไอทีที่ครองความเป็นใหญ่ด้าน E-Commerce ในจีนทั้ง Online และ Offline โดยมีทั้ง Platform ซื้อขายสินค้า จองบริการต่างๆ ไปจนถึงให้บริการกู้ยืมเงิน รวมถึง Platform การชำระเงินผ่าน QR อย่าง Alipay ด้วย ส่วนการพัฒนาในอนาคต Alibaba ได้เปิดสถาบันวิจัยที่ชื่อว่า DAMO (Academy for Discovery, Adventure, Momentum and Outlook) สำหรับเป็นที่ค้นคว้า พัฒนา นวัตกรรมใหม่ๆ ทั้ง Software และ Hardware ด้วยเทคโนโลยีชั้นสูง เพื่อตอบโจทย์ความต้องการในอนาคตผู้บริโภค
  • Tencent บริษัทไอทีรายใหญ่อีกราย เจ้าของ WeChat, Platform การชำระเงินอย่าง WeChat Pay และ Online Content Platform ที่ครองความเป็นผู้นำทั้งในจีนและประเทศต่างๆ ทั่วโลก เป็นบริษัทที่ได้รับโจทย์การพัฒนา AI ด้าน Healthcare หรือการดูแลสุขภาพจากรัฐบาลจีน ซึ่งจะตอบโจทย์การก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุในอนาคตอันใกล้นี้

3 บริษัทยักษ์ใหญ่นี้ ถือเป็นหัวหอกด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่สำคัญของประเทศจีนเป็นอย่างมาก แน่นอนว่าเราจะหาโอกาสมาเจาะลึกกันให้มากขึ้นใน Blog ครั้งหน้า

วงการ Startup ของจีน แข็งแรงไม่แพ้ใครในโลก

นอกจากบริษัทยักษ์ใหญ่ตามที่กล่าวมา ยังมีอีกด้านที่น่าจับตามองเป็นอย่างมาก นั่นก็คือวงการ Tech Startup ซึ่งมีส่วนเสริมความแข็งแรงในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีของประเทศจีนเป็นอย่างมาก โดยปัจจัยและผลของการเติบโตใน Tech Startup จีนมีดังนี้

  • ใช้ประโยชน์จาก Economy of Scale เต็มที่ ด้วยปริมาณประชากรที่มีอย่างมหาศาล ย่อมหมายถึง การมีตลาดขนาดใหญ่และทรัพยากรแรงงานอยู่มาก ทั้งจำนวนบัณฑิตที่พร้อมเป็นแรงงานคุณภาพสูง ในขณะเดียวกันประชากรส่วนใหญ่ของประเทศก็สามารถเปิดรับเทคโนโลยีได้อย่างรวดเร็ว ทำให้การพัฒนาและการทดลองตลาดเกิดขึ้นได้รวดเร็วและมีโอกาสสำเร็จสูงขึ้นตามไปด้วย
  • 1 ใน 3 ของ Unicorn ในโลกนี้มาจากประเทศจีน ไม่เพียงแต่จีนจะมีตลาดขนาดใหญ่เท่านั้น แต่ Startup ที่มีคุณภาพพอที่จะเติบโตจนได้รับ Funding หรือการลงทุนมูลค่าหลักพันล้านเหรียญสหรัฐฯ จนกลายเป็น Unicorn นั้นมีมากถึง 262 ราย คิดเป็น 1 ใน 3 ของจำนวน Unicorn ทั้งหมดในโลก
  • มี VC ขนาดใหญ่ใกล้แซงสหรัฐฯ ในไม่ช้า ไม่เพียงแต่ Startup เท่านั้น แต่ฝั่งนักลงทุนอย่าง Venture Capital ของจีนเองก็มาแรงเช่นกัน โดยหากดูภาพรวมในปัจจุบัน VC จีนมีขนาดกองทุนใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลกเป็นรองเพียงแค่สหรัฐอเมริกาเท่านั้น ซึ่งมีการคาดการณ์ว่าขนาดกองทุน VC ทั้งหมดของจีนจะแซงสหรัฐฯ ภายในปี 2020
  • มี Incubator และ Makerspace มากที่สุดในโลก ขนาดของตลาดและเม็ดเงินลงทุนอาจไม่ใช่ปัจจัยเดียวในการพัฒนา Startup เพราะการบ่มเพาะ Startup ก็สำคัญ ไม่ว่าจะทำด้วยการมี Incubation ต่างๆ และการมีสิ่งอำนวยความสะดวก (Facility) ร่วมด้วย ซึ่งจีนให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ จึงได้ร่วมมือกับภาคเอกชนผุดโครงการ Incubator มากกว่า 3,000 โครงการ รวมถึงสถานที่ที่เอื้ออำนวยต่อการค้นคว้า พัฒนานวัตกรรมร่วมกัน หรือที่เรียกว่า Makerspace ที่มีมากถึง 4,000 แห่ง การส่งเสริมให้เกิดธุรกิจที่จริงจังเช่นนี้ทำให้มีตัวเลขการจดทะเบียนธุรกิจใหม่มากถึง วันละ 14,000 ราย นอกจากนี้ในปี 2020 จีนมีแผนที่จะสร้าง Makerspace เพิ่มขึ้นให้มากถึง 10,000 แห่ง ซึ่งจะนำไปสู่การจ้างงานที่เพิ่มขึ้นอีก 3 ล้านตำแหน่ง

 

ยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนเทคโนโลยีที่มี “รัฐบาล” เป็นเจ้าภาพ

ความก้าวหน้าของอุตสาหกรรม หรือธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีของจีนไม่ได้เกิดจากการพัฒนาของภาคเอกชนเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หากแต่รัฐบาลได้มีการออกนโยบายเพื่อสนับสนุน และผลักดันอีกทางหนึ่งด้วย โดยจีนได้ออกแผนงานใหญ่ที่ใช้ชื่อว่า “โครงการนวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งปี 2030” เน้นผลักดันเทคโนโลยีสำคัญสำหรับอนาคตเพื่อตอบโจทย์การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนตามแนวทาง Sustainable Development Goals (SDGs) ที่คิดโดย UN ซึ่งเทคโนโลยีที่จีนให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก หนีไม่พ้นเทคโนโลยีแห่งอนาคต อย่าง Artificial Intelligence และ Quantum Computing

ประเทศจีนกำลังก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งประเทศชั้นนำด้านการพัฒนาเทคโนโลยี นำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลงมากมายที่ประเทศใกล้ๆ อย่างไทยไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ดังนั้น การเรียนรู้และติดตามอย่างใกล้ชิดถึงความเปลี่ยนแปลงของประเทศจีนจึงจำเป็นต่อการรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้

DV Blog เกี่ยวกับการพัฒนาเทคโนโลยีในประเทศจีน 

จีนกับบทบาทผู้นำด้านการพัฒนา Quantum Computer ของโลก

The Rise of AI in China เมื่อ AI Ecosystem ของจีนเบ่งบานในระดับโลก

ประเทศจีนกับแนวคิดชาตินิยมทางเทคโนโลยี “Techno-Nationalism” สู่การผลิต Unicorn มากที่สุดในโลก

 

ขอขอบคุณข้อมูลเพิ่มเติมจาก CBInsight และ gov.cn