Digital Ventures

Back to blog

รู้จัก R3 Corda เบื้องหลังแพลตฟอร์ม B2P : Blockchain for Procure-to-Pay

DIGITAL VENTURES October 03, 2018 11:23 AM

1,000

เมื่อพูดถึงเทคโนโลยี Blockchain ที่นำมาใช้ต่อยอดเป็นนวัตกรรมหลายคนจะนึกถึง Ethereum และ Ripple (อ่านบทความอธิบายความแตกต่าง Bitcoin, Blockchain, Ethereum, Ripple และ Hyperledger ที่นี่) แต่นอกจากชื่อเหล่านี้แล้ว ยังมี Blockchain Platform หนึ่งที่ได้รับการยอมรับในระดับเดียวกัน ทั้งยังนำมาใช้ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการแล้วใน B2P: Blockchain for Procure-to-Pay ซึ่ง Blockchain Platform ดังกล่าวมีชื่อว่า R3 Corda ในวันนี้ Digital Ventures จะพาไปทำความรู้จักกับ Platform นี้กัน

R3 และ Corda คืออะไร

R3 คือ กลุ่มบริษัทยักษ์ใหญ่ด้าน Blockchain ซึ่งประกอบไปด้วยการรวมกลุ่มระหว่างองค์กรต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นธนาคาร สถาบันการเงินชั้นนำ และหน่วยงานของรัฐบาล ปัจจุบัน R3 มีจำนวนสมาชิกมากกว่า 200 รายจากทั่วโลก (ข้อมูลเดือนตุลาคม 2561) โดยมีเป้าหมายร่วมกันคือการหาวิธีการที่จะนำเทคโนโลยี Blockchain ไปประยุกต์ใช้กับอุตสาหกรรมต่างๆ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมการเงิน ซึ่งเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ประกาศความร่วมมือกับ R3 และ ธนาคารพาณิชย์อีก 8 แห่ง ได้แก่ กรุงเทพ, กรุงไทย, กรุงศรีอยุธยา, กสิกรไทย, ไทยพาณิชย์, ธนชาต, สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด, ฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้แบ้งกิ้ง ในการนำแพลตฟอร์ม Corda มาใช้พัฒนาระบบต้นแบบการโอนเงินระหว่างสถาบันการเงินภายใต้ชื่อโครงการอินทนนท์

Corda คือ ผลงานที่โดดเด่นของ R3 ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มประเภท Open Source ที่เปิดตัวครั้งแรกในปี 2559 และในปีนี้ได้เปิดตัวอีกครั้งภายใต้ชื่อ Corda สำหรับธุรกิจ (Corda for Enterprise) นอกจากนี้ Corda ยังได้รับความนิยมจากธนาคารและสถาบันการเงินทั่วโลกให้เป็น World Class Blockchain for Enterprise ประเภท Financial Services

คุณสมบัติของแพลตฟอร์ม Corda

Corda คือ Software Platform แบบ Open Source ด้านการจัดการข้อมูลสำหรับภาคธุรกิจ ใช้นวัตกรรม Distribute Ledger Technology (DLT) ที่สร้างด้วยเทคโนโลยี Blockchain

DLT ช่วยให้การทำธุรกรรมระหว่างผู้ใช้ในระบบน่าเชื่อถือโดยไม่ต้องผ่านตัวกลาง ด้วยการส่งสำเนาบันทึกธุรกรรมไปยังผู้ใช้ทุกคนในระบบ (Consensus) และการเข้าถึงข้อมูลส่วนใดส่วนหนึ่งนั่นต้องมีกุญแจรหัสที่ถูกต้อง ถึงแม้ว่า DLT จะช่วยป้องกันการดัดแปลงเอกสารทั้งระบบ แต่หลายคนคงไม่รู้สึกดีนักหากข้อมูลของตัวเองตกอยู่ในมือของผู้ที่ใช้งานอยู่ในระบบแม้ข้อมูลเหล่านั้นจะเข้ารหัสอยู่ก็ตาม โดยเฉพาะภาคธุรกิจที่ถือว่าข้อมูลธุรกรรมเป็นเรื่องสำคัญ

หากจะให้กล่าวถึงคุณสมบัติเบื้องต้นของ Corda นั้นเหมือนเป็นการอัพเกรด DLT ไปอีกขั้นหนึ่ง นอกจากจะสามารถทำธุรกรรมได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องมีตัวกลางแล้ว อีกทั้งยังช่วยให้ข้อมูลธุรกรรมที่ถูกบันทึกไว้ปลอดภัยเพราะจะต้องได้รับอนุญาตจากผู้เกี่ยวข้องในธุรกรรมนั้นก่อนที่จะเข้าถึงข้อมูลเหล่านั้นได้


Corda ตัดตัวกลางและ Consensus ออกจาก Distributed Ledger ได้อย่างไร

กระบวนการนี้เรียกได้ว่าเป็นจุดเด่นของ Corda เลยทีเดียว โดยธุรกรรมบน Distributed Ledger จะต้องได้รับการยืนยันจากทั้งผู้ใช้ทั้งระบบที่ถือบัญชีอยู่ในมือเพื่อตรวจสอบว่าผู้ส่งมีเงินพอหรือไม่จากธุรกรรมที่เคยเกิดขึ้น แต่ Corda ได้ตัดขั้นตอนตรวจสอบจากทุกคนในระบบออกไป เปลี่ยนเป็นการยืนยันข้อมูลระหว่างผู้เกี่ยวข้องในธุรกรรมครั้งนี้เท่านั้นแทน ซึ่งผู้เกี่ยวข้องจะมีมากกว่า 2 ฝ่ายได้ ยกตัวอย่างใน Supply Chain ก็ต้องมีผู้ขายสินค้า ผู้ซื้อสินค้า และธนาคาร ทั้งนี้ ผู้เกี่ยวข้องกับธุรกรรมทั้งหมดต้องตรวจสอบข้อมูลเท่าที่จำเป็นและเกี่ยวข้องกับบทบาทหน้าที่ของตัวเองเท่านั้น เช่น Buyer หรือผู้ซื้อสินค้าก็ต้องยืนยันคำสั่งซื้อและตรวจเช็คสินค้าที่ได้รับ Supplier หรือ ผู้ขายสินค้าก็ส่งของตามที่ตกลงและออกเอกสารแจ้งหนี้ ส่วนธนาคารทำหน้าที่รับคำสั่งจาก Buyer เพื่อชำระเงินให้ Supplier ซึ่งหากทุกฝ่ายตกลง ธุรกรรมจึงจะเกิดขึ้นอัตโนมัติ

ทำไม Corda ถึงอนุมัติธุรกรรมโดยผู้เกี่ยวข้องเท่านั้น

การประยุกต์ใช้ Blockchain ส่วนใหญ่ เช่น Bitcoin หรือ Ethereum มักอยู่ในระบบ Public Blockchain ทำให้ทุกคนในระบบสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ นั่นคือ ทุกคนจะได้รับสำเนาบันทึกบัญชีธุรกรรมพร้อมกัน หมายความว่าหากข้อมูลเกิดความผิดพลาด จะสามารถแก้ไขได้ก็ต่อเมื่อมีการขอให้อีกฝ่ายส่งรายการอัพเดทเข้าไปยังระบบของทุกคนใหม่เพื่อแก้ไขของเดิม

ใน Ethereum มีการตั้งเงื่อนไขว่าผู้ใช้ในระบบทุกคนต้องได้รับข้อมูลธุรกรรมชุดเดียวกันหมดจึงจะเริ่มดำเนินธุรกรรมได้ ซึ่งหากในอนาคต ผู้ใช้ที่ต้องถือบัญชีจะมีจำนวนมหาศาล กว่าแต่ละคนจะได้รับบันทึกธุรกรรมรายการใหม่ก็คงเสียเวลาพอสมควร การอนุมัติธุรกรรมก็จะช้าลงไปด้วย

ในขณะที่ระบบ Corda ได้นำระบบการยืนยันความน่าเชื่อถือเข้ามาผสานกับ Liquidity ของ Blockchain กล่าวคือต้องมีการอนุมัติจากผู้ที่เกี่ยวข้องกับแต่ละธุรกรรม เช่น ในกรณีของ Supply Chain ต้องมีการอนุมัติระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขาย ผู้ซื้อกับธนาคาร หรือผู้ขายกับธนาคาร เป็นต้น เพื่อทำให้ระบบทำงานได้รวดเร็ว สามารถเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้างแบบเดิมได้ทันที เพราะไม่จำเป็นต้องสร้าง Consensus อีกต่อไป

Corda แพลตฟอร์มเบื้องหลังโซลูชั่น Blockchain for Procure-to-Pay (B2P)

Blockchain for Procure-to-Pay หรือ B2P ที่ Digital Ventures เพิ่งเปิดตัวไปไม่นานมานี้ ถือเป็นนวัตกรรมที่เกิดขึ้นจากการนำเทคโนโลยี Blockchain บนแพลตฟอร์ม Corda จาก R3 มาประยุกต์และพัฒนาเป็นโซลูชั่นที่ช่วยปฏิวัติกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โซลูชั่น  B2P นี้ถือเป็นครั้งแรกของโลกกับการนำ Corda ไปประยุกต์ใช้กับธุรกิจ Supply Chain

หวังว่าเนื้อหาของ R3 และ Corda ในครั้งนี้จะทำให้ผู้อ่านได้ความรู้ในอีกแง่มุมของ Blockchain มากขึ้น ในครั้งหน้ายังมีเนื้อหาดีๆ เกี่ยวกับ Blockchain มาให้ได้ติดตามกันอีกแน่นอน

ที่มาของข้อมูล docs.corda.net/ ,bot.or.th, horsesforsources.com