Digital Ventures

Back to blog

ยกระดับ E-Tax Invoice กับการตอบโจทย์นโยบายรัฐ 4.0

DIGITAL VENTURES October 16, 2018 11:05 AM

909

ในยุคที่โลกหันมาดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจด้วยดิจิทัล ประเทศไทยเองก็ตื่นตัวกับเรื่องนี้เช่นกัน ดังจะเห็นได้จากตัวอย่างที่รัฐบาลได้ออกนโยบายส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้ประกอบการจัดทำและนำส่งใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์และใบรับอิเล็กทรอนิกส์ หรือที่เรียกกันสั้นๆ ว่า e-Tax Invoice และ e-Receipt มาตั้งแต่ปี 2555 ในขณะเดียวกัน ฝั่งธุรกิจต่างๆ ในปัจจุบัน โดยเฉพาะหน่วยงานจัดซื้อจัดจ้างที่มีความเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้โดยตรง ก็พยายามมองหาวิธีการที่จะสามารถตอบสนองภาครัฐได้ พร้อมกับต้องไม่สร้างความยุ่งยากให้กับระบบเดิมที่ผู้ประกอบการใช้อยู่

เอกสารในรูปแบบกระดาษยุ่งยากอย่างไร​ ทำไมต้องเปลี่ยน

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น มาดูว่ากระบวนการจัดซื้อจัดจ้างแบบเดิมที่ใช้เอกสารในรูปแบบกระดาษก่อให้เกิดปัญหาในขั้นตอนการดำเนินธุรกิจอย่างไรบ้าง

  • เอกสารกระดาษทำให้ใช้เวลาดำเนินขั้นตอนต่างๆ นาน ในกระบวนการทางธุรกิจอย่างการจัดซื้อสินค้า ผู้ซื้อและผู้ขายต้องยืนยันรายละเอียดต่างๆ ไปมา หากข้อมูลรายละเอียดทั้งหมดอยู่ในกระดาษจะต้องมีขั้นตอนการส่งและตรวจสอบด้วยมือ ทำให้เสียเวลาอย่างมากเมื่อเทียบกับการส่งผ่านอินเทอร์เน็ตและตรวจข้อมูลบน Digital
  • การแปลงข้อมูลจากกระดาษเป็น Digital ทำได้ยาก ปัจจุบันภาครัฐฯ เปิดช่องทางให้ผู้ประกอบการสามารถยื่นภาษีด้วยช่องทาง Digital ได้ ซึ่งหากขั้นตอนทางธุรกิจยังคงต้องใช้เอกสารกระดาษก็จำเป็นต้องแปลงเอกสารเหล่านี้เป็น Digital ซึ่งขั้นตอนนี้แม้จะดูเล็กน้อย แต่นับเป็นการสิ้นเปลืองต้นทุนแรงงานและเวลามหาศาล อันเป็นทรัพยากรที่ประเมินค่าไม่ได้
  • เอกสารกระดาษมีโอกาสผิดพลาดและใช้เวลาในการแก้ไข กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างจำเป็นต้องมีการตรวจสอบและยืนยันจากทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย ซึ่งหากข้อมูลเอกสารที่เป็นกระดาษผิดพลาดก็ต้องส่งกลับให้อีกฝ่ายทำมาใหม่เท่านั้น ไม่สามารถแก้ไขได้ทันทีต่างจากการที่เอกสารทั้งหมดอยู่บน Digital
  • กระบวนการจัดการเอกสารกระดาษมีต้นทุนเป็นเงินมหาศาล ในแต่ละปีเชื่อว่าองค์กรธุรกิจต้องเก็บเอกสารในรูปกระดาษไว้จำนวนไม่น้อย ซึ่งผลสำรวจเมื่อปี 2015 จากนิตยสาร Corp! ระบุว่าภาคธุรกิจสหรัฐฯ ใช้เงินสำหรับจัดการกระดาษมากถึง 8,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือตัวอย่างในไทย บางองค์กรที่มีขนาดใหญ่อาจต้องใช้กระดาษสำหรับแค่กระบวนการจัดซื้อจ้างเพียงอย่างเดียว เฉลี่ยใช้มากกว่า 2 ล้านแผ่นต่อปีเลยทีเดียว

 

paper

 

อุปสรรคที่ทำให้ผู้ประกอบการยากที่จะเปลี่ยน

  • ระบบการจัดซื้อจ้างที่ผู้ประกอบการต่างๆ ใช้อยู่ในปัจจุบัน อาจไม่รองรับการออกหรือรับเอกสารในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ได้ตลอดทั้งกระบวนการ
  • คู่ค้าอาจยังต้องการใช้เอกสารในรูปแบบกระดาษอยู่ เพื่อเก็บเอกสารเหล่านั้นเผื่อเป็นข้อมูลให้สรรพากรในการตรวจสอบ อุปสรรคข้อนี้สืบเนื่องมาจากเหตุผลในข้อแรกด้วยเช่นเดียวกัน

จะเห็นว่าการใช้เอกสารในรูปแบบกระดาษนั้นทำให้ธุรกิจสิ้นเปลืองทรัพยากร ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนทางธุรกิจเป็นอย่างมาก การนำดิจิทัลเข้ามาประยุกต์ใช้กับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างที่รองรับการรับและส่งเอกสารในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ได้ตลอดทั้งกระบวนการ จึงเป็นทางออกที่น่าสนใจสำหรับการทำธุรกิจในยุคนี้

B2P หรือ Blockchain Solution for Procure-to-Pay กับการตอบโจทย์ผู้ประกอบการและสนับสนุนนโยบายรัฐ

B2P เป็นแพลตฟอร์มที่เข้ามาช่วยยกระดับกระบวนการจัดซื้อจ้าง ด้วยเทคโนโลยี Blockchain พัฒนาโดย Digital Ventures ซึ่งได้รับการออกแบบมาให้สามารถรองรับเอกสารต่างๆ ที่ใช้ในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ได้ตลอดทั้งกระบวนการ ด้วยคุณสมบัติหลักของระบบที่สามารถตรวจสอบเอกสารทั้งใบสั่งซื้อ ใบรับของ และใบแจ้งหนี้ได้อัตโนมัติผ่านระบบ ทำให้กระบวนการดังกล่าว ไม่จำเป็นต้องใช้เอกสารในรูปแบบกระดาษอีกต่อไป (Paperless) และผู้ประกอบการยังสามารถออกเอกสารได้ทั้ง e-Tax Invoice และ e-Receipt ผ่านระบบนี้ได้เช่นเดียวกัน

 

 

เรียกได้ว่า B2P ไม่เพียงแต่ยกระดับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ลดต้นทุนให้ธุรกิจเท่านั้น ในขณะเดียวกัน ยังช่วยสนับสนุนนโยบายรัฐฯ เรื่อง Thailand 4.0 และ National e-Payment อีกด้วย

ขอขอบคุณข้อมูลเพิ่มเติม
E-tax.rd.go.th
www.corpmagazine.com