Digital Ventures

Back to blog

จับตา Peer-to-Peer Lending ในอินโดนีเซีย ตลาดที่ใหญ่ที่สุดใน Southeast Asia

December 27, 2018 11:52 AM

2,475

Digital Ventures เคยนำเสนอเรื่องราวของธุรกิจการเงินที่น่าจับตามองที่สุดในเวลานี้อย่าง Peer-to-Peer Lending ทั้งในภาพใหญ่ระดับโลกและในจีนซึ่งถือว่าใหญ่ที่สุดในเอเชีย วันนี้ เราจึงขอขยับเข้ามายังตลาดที่ใกล้ประเทศไทยมากขึ้น แต่มีขนาดตลาดของ Peer-to-Peer Lending ที่เติบโตต่อเนื่องจนน่าจับตามอง ซึ่งก็คือประเทศอินโดนีเซีย ที่เชื่อว่าหลายคนคงต้องเคยได้ยินถึงความเบ่งบานของอุตสาหกรรมดังกล่าวในประเทศนี้กันมาบ้าง Digital Ventures จึงขอพาไปดูภาพรวมและปัจจัยการเติบโตของอุตสาหกรรม Peer-to-Peer Lending ในประเทศอินโดนีเซียกัน

 

 

Indonesia Fintech Landscape พื้นที่เหมาะสมเร่งโต Peer-to-Peer Lending

ปัจจัยแรกที่สะท้อนความน่าสนใจของ Peer-to-Peer Lending ในประเทศอินโดนีเซียคือ Landscape ของ FinTech ในประเทศนั่นเอง ซึ่งอินโดนีเซียมีลักษณะเฉพาะอันสอดคล้องกับการเติบโตของธุรกิจกู้ยืมเงินทาง Digital และบริการการเงินทางเลือก (Alternative Financial Service) อยู่หลายข้อด้วยกัน ดังนี้

  • ประชากรเยอะที่สุดในภูมิภาค อินโดนีเซียเป็นประเทศที่มีจำนวนประชากรมากที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ 261 ล้านคน การที่มีประชากรจำนวนมากย่อมหมายถึงขนาดตลาดสำหรับบริการทางการเงินที่ใหญ่มากเช่นกัน
  • ประชากรจำนวนมากเข้าไม่ถึงบริการของธนาคาร จากรายงานของธนาคารโลกรายงานเมื่อปี 2014 ระบุว่าอินโดนีเซียเป็นประเทศที่ประชากรไม่สามารถเข้าถึงบริการของธนาคารมากเป็นอันดับที่ 3 ของโลก โดยประชากรกว่า 170 ล้านคนไม่มีบัญชีธนาคาร ดังนั้น บริการทางเลือกอย่าง Peer-to-Peer Lending จึงเข้ามาตอบโจทย์เมื่อคนกลุ่มใหญ่เหล่านี้ต้องการกู้เงินเพื่อใช้ประจำวันและใช้หมุนเวียนในธุรกิจ SME
  • Digital Lending เป็น FinTech ใหญ่อันดับสองของประเทศ ขนาดตลาดถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ Peer-to-Peer Lending เติบโตจนต้องจับตามอง โดยจากรายงานของ fintechnews.sg กล่าวถึงภาพรวม FinTech ของประเทศอินโดนีเซียว่า กลุ่มธุรกิจ Digital Lending มีขนาดใหญ่อันดับ 2 โดยเป็นรองกลุ่มใหญ่สุดอย่าง Digital Payment ไม่มากนัก ตัวเลขนี้ชี้ให้เห็นถึงการแข่งขันและความสนใจพัฒนา Platform ที่มากขึ้นเรื่อยๆ อันเป็นปัจจัยหนุนการเติบโตของ Peer-to-Peer Lending ด้วยนั่นเอง
  • มูลค่าของ Peer-to-Peer Lending ในอินโดนีเซียมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น จากข้อมูลของเว็บไซต์สถิติ startista.com ระบุว่ามูลค่าธุรกรรมของ Peer-to-Peer Lending นับรวมทั้งผู้กู้รายบุคคลและธุรกิจ SME ในประเทศอินโดนีเซียมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นทุกปี โดยปี 2018 มีมูลค่าธุรกรรมอยู่ที่ 34.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (USD) และในปี 2023 จะมีมูลค่าสูงขึ้นเป็น 60.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (USD) หรือเกือบ 2 เท่าภายในเวลา 5 ปี

 

Regulations กลไกผลักดันให้ Peer-to-Peer Lending มั่นคง

อีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้อุตสาหกรรมจากเทคโนโลยีการเงินอย่าง Peer-to-Peer Lending เกิดขึ้นและเติบโตได้ในประเทศอินโดนีเซียก็หนีไม่พ้นการออกมาตรการ (Regulations) โดยภาครัฐ ที่เอื้อให้เติบโตและป้องกันปัญหาผิดพลาดต่างๆ ได้

ในอินโดนีเซีย หน่วยงานที่ทำหน้าที่กำกับดูแลธุรกิจ Peer-to-Peer Lending คือ Finance Service Authority โดยใช้ตัวย่อตามภาษาบาฮาซาอินโดนีเซียว่า OJK ก่อตั้งเมื่อปี 2011 ทำหน้าที่กำกับดูแลการให้บริการทางการเงินภายในประเทศอินโดนีเซียได้ขยับเข้ามาดูแล Peer-to-Peer Lending ตั้งแต่ช่วงธันวาคม 2016 ผ่านกรอบดำเนินงาน Peer-to-Peer Lending โดยสาระสำคัญของกรอบนี้คือการเปิด Regulatory Sandbox สำหรับ Digital Lending โดยเฉพาะ

ต่อมาเมื่อต้นปี 2018 OJK ได้ประกาศมาตรการคุมเข้มบรรดา Startup และบริษัทต้องมีใบอนุญาตประกอบกิจการ Peer-to-Peer Lending จาก OJK เพื่อป้องกันการหลอกลวง เช่น การรับเงินจากนักลงทุนโดยไม่มีการปล่อยกู้ โดยมีข้อกำหนดว่า ต้องมีเงินทุนขั้นต่ำ 200,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ (USD) เพื่อดำเนินกิจการ และสามารถเงินจำนวนนี้ไปปล่อยกู้ได้ไม่เกิน 150,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ (USD) ทั้งยังเปิดให้ผู้ใช้สอดส่องดูแลกิจการที่ยังไม่มีใบอนุญาต นำไปสู่การปิดบริษัท Peer-to-Peer Lending ที่ไม่ได้รับอนุญาตไปหลายร้อยราย

 

 

Peer-to-Peer Lending Startup ที่ควรรู้จัก

ในปี 2018 มีผู้ให้บริการที่ได้รับอนุญาตจาก OJK อยู่ราว 40 ราย ซึ่งจุดที่น่าสนใจของ Peer-to-Peer Lending ในอินโดนีเซียคือการเลือกฐานลูกค้าเฉพาะกลุ่มที่ชัดเจน เช่น การเป็น Peer-to-Peer สำหรับเกษตรกรหรือ Social Enterprise ถือเป็นการจับกลุ่มที่ตอบโจทย์กับสภาพการดำเนินธุรกิจของประเทศได้ดี เราได้หยิบเอา Startup ที่ใช้ Business Model ดังกล่าวและ Startup รายอื่นๆ ที่น่าสนใจในอินโดนีเซียมาแนะนำให้รู้จักกัน

  • Koinwork Peer-to-Peer Lending ชั้นนำในประเทศอินโดนีเซีย ที่เปิดให้นักลงทุนเลือกลงทุนตามคะแนนความเสี่ยงเพื่อผลตอบแทนที่มากขึ้นตามต้องการได้ ส่วนทางผู้กู้ยืมก็มี 3 Package หลักให้เลือก ได้แก่ กู้เงินเพื่อการศึกษา เพื่อดูแลสุขภาพ และใช้ในเสริมสภาพคล่องของกิจการ โดยจับมือกับมหาวิทยาลัย โรงพยาบาล และคลินิกต่างๆ เพื่อให้บริการตาม Package ได้ทันที
  • Amartha ผู้ให้บริการ Peer-to-Peer Lending ที่เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2010 เปิดเป็น Platform ให้ทั้งนักลงทุนทั่วไปและธนาคารเป็นผู้ปล่อยเงินกู้โดยเน้นผู้กู้เงินเป็นผู้ประกอบกิจการ SME เป็นหลัก ทั้งยังร่วมมือกับบริษัทเครดิต ประกันภัย และบริษัทประกันสินทรัพย์เพื่อบริหารความเสี่ยงของนักลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพด้วย
  • Investree Marketplace ที่จับคู่นักลงทุนกับผู้กู้ยืมด้วยเทคโนโลยีต่างๆ เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายได้เงื่อนไขที่สอดคล้องกับความต้องการของแต่ละคนมากที่สุด โดยจุดแข็งคือการเสนอผลตอบแทนกับนักลงทุนในระดับสูง และเสนอดอกเบี้ยเงินกู้แก่ผู้กู้ที่ต่ำกว่ารายอื่น
  • Aktivaku อีกหนึ่ง Peer-to-Peer Lending แบบ Marketplace ที่เปิดผู้กู้ยืมสามารถวางทรัพย์สินค้ำประกันได้ สำหรับรายนี้เป็น Partner กับ ‘Go-Jek’ Unicorn Startup ด้าน Ride-Hailing ของประเทศอินโดนีเซีย
  • Modalku Platform Peer-to-Peer Lending ที่เปิดให้ทั้งนักลงทุนรายย่อยและนักลงทุนสถาบันเข้ามาใช้งานได้ เน้นกลุ่มลูกค้าผู้ประกอบการธุรกิจ SME
  • GandengTankan Peer-to-Peer Lending แบบ Social Enterprise ที่จับคู่นักลงทุนกับผู้ประกอบการรายย่อย (Micro-Entrepreneur) โดยนอกจากจะมีโอกาสได้รับผลตอบแทนแล้ว เงินลงทุนยังจะช่วยสร้างงานและรายได้ให้กับผู้ประกอบการรายย่อยอันเป็นพื้นฐานของแต่ละเมืองด้วย
  • Tanifund สำหรับ Peer-to-Peer Platform นี้ ความพิเศษอยู่ที่กลุ่มเป้าหมายเป็นภาคเกษตรกรรมของอินโดนีเซีย โดย Platform จะเชื่อมโยงผู้ลงทุนให้มาปล่อยกู้ในโครงการผลิตของเกษตรกร ซึ่งนักลงทุนมีโอกาสได้ส่วนแบ่งจากกำไรการขายผลผลิตของเกษตรกรโดยตรง

 

แม้ว่า Peer-to-Peer Lending ของอินโดนีเซียจะไม่ได้มีขนาดใหญ่เท่าสหรัฐฯ หรือจีน แต่ด้วยสภาพเศรษฐกิจและสังคมที่ใกล้เคียงกับไทย รวมถึงยังอยู่ร่วมภูมิภาค จึงถือเป็นปรากฏการณ์ที่น่าศึกษาและจับตามองไม่น้อย ในครั้งต่อไป Digital Ventures จะหยิบเรื่องราวของเทคโนโลยีและการเงินที่น่าสนใจมาให้ได้รับทราบกันแน่นอน อย่าลืมติดตามกัน

ขอขอบคุณข้อมูลจาก fintechnews.sg, icommercecentral.com และ investasi.com