Digital Ventures

Back to blog

Digitizing Insurance: เมื่อ Robotics และ IoT ผลักดันธุรกิจประกันภัยให้เข้าสู่ยุค Digital

November 21, 2018 6:08 PM

1,078

Digital Ventures ได้เคยนำเสนอ ภาพรวมของธุรกิจประกันภัยยุค Digital จากรายงาน Digitizing Insurance กันไปแล้ว เพื่อให้เห็นภาพการเปลี่ยนแปลงชัดเจนขึ้น เราจึงนำแนวคิดการใช้งานเทคโนโลยีอย่าง Robotics และ Internet of Things ที่คาดว่าจะเป็นส่วนสำคัญที่ผลักดันให้ภาคประกันภัยเข้าสู่ยุค Digital พร้อมด้วยตัวอย่างการใช้งานที่เกิดขึ้นจริงมานำเสนอทุกท่านกันในครั้งนี้

 

 

เมื่อ Robotics เข้ามาบริการด้านประกันภัย

เมื่อเราพูดถึง Robotics เรามักนึกถึงการใช้งานด้านเครื่องจักรต่างๆ มากกว่า แต่แท้จริงแล้ว Robotics นั้นรวมไปถึงส่วนที่เป็น Software ด้วย ซึ่งเป็นสิ่งที่หลายฝ่ายมองกันว่ามีความน่าสนใจต่อธุรกิจประกันภัยยุค Digital อย่างมาก ยกตัวอย่างเช่น Robotic Process Automation (RPA), Software Robotics และ Cognitive Automation ซึ่ง ใช้ Artificial Intelligence ด้วย

เทคโนโลยี RPA และ Cognitive Automation สามารถดัดแปลงใช้งานในธุรกิจประกันภัยได้ทั้ง Value Chain ตั้งแต่การออกแบบผลิตภัณฑ์ การตั้งเงื่อนไขกรมธรรภ์ การซื้อขายประกัน ไปจนถึงการจัดการเคลม และธุรกรรมที่เกิดขึ้น ขอยกตัวอย่างแนวคิดการใช้งานในปัจจุบัน ได้แก่

  • เกิด Services-through-Software ตั้งแต่อดีตจนปัจจุบัน ธุรกิจประกันภัยจากเดิมจะบริการโดยแรงงานคน (Services-through-labor) แต่ในอนาคต เทคโนโลยีหุ่นยนต์จะเข้ามาลดขั้นตอนการทำงานของคนลงไป โดยเฉพาะขั้นตอนที่เป็นดำเนินการอัตโนมัติได้ เช่น การส่งเอกสาร การรับเรื่องเคลม ไปจนถึงการซื้อขายประกันและการจ่ายสินไหม ซึ่งบุคลากรที่ทำหน้าที่อยู่เดิมจะเปลี่ยนหน้าที่เป็นผู้ดูแลระบบเพื่อให้กิจกรรมดำเนินต่อไปได้ราบรื่นขึ้น
  • Product Design จะเปลี่ยนเป็น Customer Center เดิมทีการออกแบบกรมธรรภ์ของบริษัทประกันภัยนั้นมาจากการวิเคราะห์ตลาดและเทรนด์ในภาพใหญ่ ทำให้ผลิตภัณฑ์มักไม่ตรงตามความต้องการของผู้ซื้อ โดยเฉพาะประกันสุขภาพและประกันชีวิต การเข้ามาของ Robotics ไปจนถึง AI จะช่วยให้ข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าถูกนำมาวิเคราะห์ก่อนนำไปพิจารณาเงื่อนไขที่ตรงความต้องการ และขยับสู่การส่งมอบผลิตภัณฑ์โดยมีลูกค้าเป็นศูนย์กลางได้มากขึ้น

 

 

Internet of Things ตัวเชื่อมประสานคนกับ Digital Insurance

เทคโนโลยี Internet of Things สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับ Digital Insurance ด้วยคุณสมบัติเชื่อมโยงคนเข้ากับข้อมูล Digital ทั้งการเก็บข้อมูลและการถ่ายทอดคำสั่งการทำงานต่างๆ นอกจากนี้ การเข้ามาของ IoT จะนำไปสู่บริการใหม่ในธุรกิจประกันภัยต่างๆ ด้วยโดย

  • เกิด Solution การคุ้มครองและการเคลมแบบใหม่ๆ Data และการทำงานของ IoT นำไปสู่ User Experience ใหม่ๆ สำหรับธุรกิจประกันภัย เช่น นำข้อมูลสุขภาพมาเป็นพื้นฐานการนำเสนอกรมธรรภ์ที่ครอบคลุมความเสี่ยงของลูกค้า ซึ่งข้อมูลสุขภาพก็มาจาก Data นั่นเอง หรือแม้แต่การเคลม เช่น Smartwatch ที่สามารถตรวจจับความผิดปกติของหัวใจได้ ซึ่งไม่เพียงแต่แจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อทำการช่วยเหลือเท่านั้น แต่ยังสามารถส่งเอกสารเคลมไปยังบริษัทประกันภัย เพื่อรับความคุ้มครองได้ทันที
  • ระบบ Reward จากข้อมูลพฤติกรรมที่เก็บได้จาก Wearables ซึ่งใช้  Internet of Things ส่งข้อมูลไม่เพียงแต่นำไปใช้คิดกรมธรรมภ์เสนอลูกค้าใหม่เท่านั้น แต่ยังประยุกต์ใช้กับระบบ Reward แก่ลูกค้าเดิมได้ด้วย ปัจจุบันมีบริษัทประกันภัยเสนอ Wearable Device เพื่อดูข้อมูลพฤติกรรมการดูแลสุขภาพของลูกค้า หากลูกค้าออกกำลังกาย ข้อมูลก็จะชี้ว่ามีการดูแลสุขภาพที่ดี ก็จะเก็บเป็นคะแนนเพื่อนำไปเป็นส่วนลดค่า Premium ในปีต่อไป ลูกค้าจึงได้ทั้งส่วนลดและความคุ้มครอง ส่วนบริษัทประกันภัยก็จะประเมินความเสี่ยงได้ง่ายขึ้น

 

ตัวอย่างธุรกิจประกันภัยยุค Digital ที่นำเทคโนโลยีต่างๆ มาใช้จริงแล้วอย่าง Vitality

เพื่อให้เห็นภาพของประกันภัยยุค Digital ชัดเจนยิ่งขึ้น เราขอยกตัวอย่างที่เกิดขึ้นจริงของ Vitality บริษัทประกันภัยซึ่งก่อตั้ง ณ ประเทศอังกฤษ เมื่อปี 2015 โดยจุดเด่นของ Vitality คือระบบ Vitality Optimizer โปรแกรมเสริมสำหรับลูกค้าเพื่อเสนอส่วนลดและสิทธิประโยชน์อื่นๆ โดยอาศัยการเก็บข้อมูลพฤติกรรมจาก Internet of Things

Vitality Optimizer ใช้ข้อมูลพฤติกรรมจาก IoT มาทำระบบ Reward เพื่อส่งเสริมการดูแลสุขภาพในระยะยาว โดยการคิดคะแนนจากการทำกิจกรรมของลูกค้าเพื่อนำมาคิดเป็นส่วนลดค่า Premium และเสนอรางวัลที่เหมาะสมกับพฤติกรรมและความต้องการของลูกค้า ยกตัวอย่าง หากลูกค้าชื่นชอบการออกกำลังกาย ระบบก็จะเสนอ Reward เป็นส่วนลดค่าบริการของฟิตเนส หรือส่วนลดร้านอาหารสุขภาพ เป็นต้น

จะเห็นได้ว่าการเข้ามาของเทคโนโลยีทำให้ธุรกิจประกันภัยเปลี่ยนรูปแบบตั้งแต่การออกแบบผลิตภัณฑ์ไปจนถึงการส่งมอบความคุ้มครอง อีกทั้งยังพัฒนา engagement ระหว่างธุรกิจประกันและลูกค้าในระยะยาว ซึ่งในอนาคตอันใกล้ หากเทคโนโลยีเหล่านี้แพร่หลายมากขึ้น ประกันภัยรูปแบบเดิมๆ ก็คงมีให้เห็นน้อยลงไปเรื่อยๆ ในคราวหน้า Digital Ventures ยังมีเรื่องราวเกี่ยวกับ Digitizing Insurance ในมุมอื่น ๆ ที่น่าสนใจอีกมากมาย หากใครสนใจสามารถติดตามเพิ่มเติมได้ที่ http://dv.co.th/cvc.php

ขอบคุณที่มาของข้อมูลจาก ey.com และ accenture.com