Digital Ventures

Back to blog

อัพเกรดเทคโนโลยีความปลอดภัยของบัตรเครดิต นวัตกรรมเพื่อการเงินที่ปลอดภัยในทุกวัน ภาค 2

DIGITAL VENTURES August 13, 2019 2:06 PM

143

ในครั้งที่แล้ว เราได้พูดถึงเทคโนโลยีใหม่ที่เข้ามาเสริมความปลอดภัยในบัตรเครดิต โดยพูดถึงเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นมาและมีการใช้งานจริงบ้างแล้ว ครั้งนี้เรายังคงอยู่กับเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยและการใช้งานบัตรเครดิตกันต่อ ในประเด็นของการใช้เทคโนโลยีที่ซับซ้อนขึ้นอย่าง Deep Technology โดยเฉพาะ Blockchain และ Internet of Things ที่กำลังเข้ามามีบทบาทกับชีวิตของเราในไม่ช้า ซึ่ง Digital Ventures จะขอพาทุกท่านไปสำรวจเทคโนโลยีเหล่านี้กัน


Tokenization เปลี่ยนเลขหน้าบัตรสู่ Token เข้ารหัสที่ปลอดภัยกว่าเดิม

ปัญหาหนึ่งที่นำไปสู่การปลอมแปลงข้อมูลบัตรเครดิตคือการที่ผู้ไม่ประสงค์ดีได้รับตัวเลขบัตรเครดิต 16 หลัก ซึ่งตัวเลขเหล่านี้แม้จะถูกออกแบบอย่างซับซ้อน แต่ในยุคดิจิทัลอย่างปัจจุบัน การจัดเก็บตัวเลขเพียง 16 หลักนั้นทำได้ง่ายมาก อีกทั้ง ผู้ไม่ประสงค์ดีสามารถขโมยตัวเลขจากหน้าบัตรได้หลายทาง ไม่ว่าจะเป็นการหลอกให้กรอกข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต หรือแม้แต่แอบดึงข้อมูลจากเครื่องอ่านที่ไม่ได้เข้ารหัสความปลอดภัยเอาไว้ด้วยเหตุนี้ จึงมีแนวคิดการเปลี่ยน “ตัวเลข 16 หลักหน้าบัตรเครดิต” เป็น “Token” สำหรับส่งมอบข้อมูลยืนยันการทำธุรกรรมแทน โดยผู้ใช้จะส่งมอบ Token ที่เข้ารหัสข้อมูลส่วนตัวแก่ผู้ขายสินค้า ผู้ขายสินค้าจะทำหน้าที่เพียงยืนยันการทำธุรกรรมและส่ง Token เข้าระบบโดยไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวได้ ซึ่งระบบจะทำการถอดรหัสเพื่อยืนยันความถูกต้องภายในระบบแล้วส่งผลการทำธุรกรรมให้ทั้งผู้ใช้บัตรหรือผู้ซื้อและผู้ขายสินค้า วิธีนี้ช่วยให้ข้อมูลที่ใช้ยืนยันตัวตนไม่หลุดรั่วไปยังพนักงานขายรวมถึงการดึงข้อมูลจากเครื่องอ่านด้วย

การเปลี่ยนข้อมูลส่วนตัวเป็น Token สามารถใช้ได้กับขั้นตอนการชำระเงินและการบริการลูกค้า ทั้งการส่งมอบรายการธุรกรรม การเปลี่ยนแปลงข้อมูลส่วนบุคคล ตลอดจนในเว็บไซต์ซื้อขายสินค้า ผู้ขายจะเก็บได้เพียง Token ที่เข้ารหัส ทำให้โอกาสเสียหายจากข้อมูลที่รั่วไหลลดลงมากทีเดียว นอกจากนี้ Token ที่บรรจุรหัสต่าง ๆ ยังสามารถต่อยอดไปกับเทคโนโลยี Deep Tech อย่าง Blockchain ที่จะทำการบันทึกธุรกรรมด้วยระบบที่รัดกุม โดยรายการธุรกรรมเหล่านี้จะยับยั้งการปลอมแปลงที่เกิดขึ้นจากการเจาะระบบได้ด้วย


Internet of Things กับ Solution การใช้บัตรเครดิตที่ไม่ต้องมีพนักงานขายอีกต่อไป

หากพูดถึง Deep Technology อย่าง Internet of Things หลายคนคงนึกถึงการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตของสิ่งของที่มปฏิสัมพันธ์กับชีวิตประจำวันเรา หรืออาจเป็นข้อมูลมหาศาลที่นำไปสู่การเห็นแนวโน้มพฤติกรรมบางอย่างลึกซึ้งขึ้น ซึ่งนอกจาก Solution ที่ช่วยอำนวยความสะดวกกับชีวิตและด้านข้อมูลแล้ว IoT ยังมีส่วนกับภาคการเงินโดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับการชำระเงินผ่าน “บัตรเครดิต” อีกด้วย

หลายคนคงเคยได้ยินแนวคิดการพัฒนา Supermarket ไร้พนักงานทั้งในสหรัฐฯ และจีนกันมาบ้างแล้ว ตัวอย่างของ Supermarket เหล่านี้ต้องพึ่งพาเทคโนโลยี Internet of Things เพื่อสร้าง Solution ทางการเงิน ทั้งการคำนวณราคาสินค้าเพียงหยิบวางในตะกร้า และการชำระเงินโดยไม่ต้องมีพนักงานเกี่ยวข้อง เช่น การให้ผู้ซื้อใช้บัตรเครดิตชำระค่าสินค้าด้วยตัวเอง การใช้ Mobile Payment กับเครื่องอัตโนมัติ หรือ Biometric Authentication อย่างการ Scan ใบหน้าหรือลายนิ้วมือเพื่อชำระเงิน

ข้อดีของการชำระผ่านบัตรเครดิตด้วยระบบที่ไม่ต้องพึ่งพาพนักงานจะช่วยลดโอกาสการถูกขโมยข้อมูลจากบุคคลผู้ที่ไม่ประสงค์ดี โดยเฉพาะจากข้อมููลที่พบว่าการทุจริตของพนักงานเป็นต้นเหตุหลักของการทุจริตผ่านบัตรเครดิต รวมทั้งวิธีการนี้ยังช่วยลดภาระดูแลเรื่องการชำระเงินของพนักงาน ทำให้สามารถทุ่มเทการบริการลูกค้าได้เต็มที่ขึ้น อย่างไรก็ตาม Solution ดังกล่าวอาจต้องการเทคโนโลยีอื่น ๆ มาช่วยเสริม จึงเป็นเรื่องที่น่าจับตามองการพัฒนาในอนาคตต่อไป
 



Cordless Credit Card เมื่อบัตรเครดิตไม่จำเป็นต้องเป็น “บัตร” อีกต่อไป

หลังจากทบทวนดูด้านความปลอดภัยทางเทคโนโลยีและการใช้งานบัตรเครดิตไปแล้วหลายประการ เป็นที่น่าฉุกคิดว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคตหากบัตรเครดิตอาจจะไม่ได้อยู่ในรูปแบบ “บัตรพลาสติก” อีกต่อไป

เดิมทีการมีอยู่ของบัตรเครดิตเป็นเพียงสื่อแทนการชำระเงินของผู้ใช้ เมื่อเทคโนโลยีพัฒนามากขึ้น ผู้ให้บริการก็สามารถพัฒนารูปแบบการชำระเงินที่หลากหลายและปลอดภัยกว่าเดิมด้วยนวัตกรรมใหม่ๆ ทั้งการชำระเงินด้วย Mobile Payment ผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน การชำระเงินด้วย Biometric หรืออัตลักษณ์ทางชีวภาพซึ่งแม่นยำและเป็นสิ่งระบุตัวตนของเรา ซึ่งปัจจุบันนวัตกรรมเหล่านี้ยังเป็นเพียงแค่สิ่งเสริมความปลอดภัยให้แก่บัตรเครดิตเท่านั้น แต่ยังไม่ได้ถูกนำมาใช้เป็นตัวยืนยันหลักในการชำระเงิน

สิ่งที่น่าสนใจคือหากนวัตกรรมเหล่านี้ได้รับการยอมรับให้เป็นวิธีการชำระเงินหลัก แทนที่บัตรเครดิตพลาสติกที่เป็นเพียงสื่อแทนการชำระเงินเท่านั้น การใช้บัตรเครดิตเป็น Token ก็ไม่จำเป็นก็อีกต่อไป

ทั้งหมดนี้คือแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นกับบัตรเครดิตจากเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นในอนาคต ซึ่งหลายๆ เทคโนโลยีก็พร้อมจะเป็นช่องทางการชำระเงินหลักได้ แม้การใช้บัตรเครดิตอาจจะเปลี่ยนเป็นรูปแบบอื่น แต่สิ่งที่ผู้บริโภคยังต้องคำนึงถึงคือการบริหารเงินอย่างมีประสิทธิภาพ การใช้บัตรเครดิตและเทคโนโลยีเหล่านี้จึงจะเป็นเครื่องอำนวยความสะดวกด้านการเงินของเราอย่างแท้จริง ในครั้งหน้า Digital Ventures ยังมีเรื่องราวจากโลกการเงินและโลกเทคโนโลยีมานำเสนอกันอีก อย่าลืมติดตามกัน 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก elitepersonalfinance.com และ boldbusiness.com