Digital Ventures

Back to blog

จะเป็นอย่างไรหากเรามี “การศึกษา” ที่ช่วยพัฒนา “Deep Tech” และใช้ “Deep Tech” เป็นรากฐานเพื่อ “การศึกษา” ได้เช่นกัน

DIGITAL VENTURES August 11, 2018 4:56 PM

1,659

เป็นที่คาดการณ์กันว่าในอนาคตอันใกล้ นวัตกรรมที่พัฒนาขึ้นจากเทคโนโลยีชั้นสูงหรือ Deep Tech จะเข้ามามีบทบาทกับวิถีชีวิตของผู้คนในสังคมมากยิ่งขึ้นในหลายๆ แง่มุม และยังนำไปสู่เศรษฐกิจฐานความรู้ (Knowledge-based Economy) ของสังคมโลก อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าในประเทศไทย จะมีการตื่นตัวต่อ Deep Tech มากขึ้น แต่ปัจจัยสำคัญอย่าง “การศึกษา” ที่เป็นตัวขับเคลื่อน Deep Tech และช่วยให้ ecosystem นี้สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนนั้น ยังมีช่องว่างและโอกาสอีกมากมายที่สามารถถูกเติมเต็มได้ในหลากหลายรูปแบบ

Digital Ventures จึงขอพาทุกท่านมาทำความเข้าใจว่าการศึกษานั้น สำคัญกับการพัฒนา Deep Tech มากเพียงใด

การศึกษาคือรากฐานการพัฒนา Deep Tech ให้เห็นผล

  • แนวคิด ความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้อง จะทำให้คนเห็นความสำคัญของการพัฒนาเทคโนโลยีชั้นสูงมากยิ่งขึ้น หลายครั้งเรายังมีความสับสนระหว่าง Deep Tech และ Disruptive Tech ซึ่งอันที่จริงแล้ว Deep Tech คือเทคโนโลยีที่ต้องอาศัยกระบวนการคิดและการทำความเข้าใจ ที่ต้องใช้เวลาศึกษากว่าจะพัฒนาออกมาเป็นนวัตกรรมได้ ส่วน Disruptive Tech นั้นเป็นเทคโนโลยีที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงชีวิตเรา ซึ่งอาจจะไม่จำเป็นต้องใช้กระบวนการศึกษายาวนานอย่าง Deep Tech เสมอไป โดยในปัจจุบัน มีเทคโนโลยีหลายตัวที่คาบเกี่ยวกับทั้งสองคำนี้ ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดได้ว่า การพัฒนา Deep Tech นั้นใช้เวลาไม่นาน และอาจมองข้ามการพัฒนาการศึกษาซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานในการพัฒนานวัตกรรมจาก Deep Tech ที่ยั่งยืนอีกด้วย
  • Research-based Innovation สร้างนวัตกรรมที่เกิดผลยั่งยืนด้วยงานวิจัย การวิจัยเป็นจุดเริ่มต้นและเป็นกระบวนการที่เกิดจากการศึกษาจนสืบเนื่องไปเป็นนวัตกรรม หากการศึกษาในระดับต่างๆ ไม่เอื้อต่อการวิจัยเชิงลึก ก็อาจทำให้กระบวนการพัฒนานวัตกรรมติดขัดและล่าช้า อย่างที่คุณอรพงศ์ เทียนเงิน CEO ของ Digital Ventures เคยกล่าวไว้ในวันเปิดตัวโครงการ U.REKA ว่า “เราต้องสร้าง Deep Tech Ecosystem ที่สมบูรณ์ตั้งแต่ต้นน้ำ (การศึกษาวิจัย) จนถึงปลายน้ำ (เป็นธุรกิจที่อยู่ได้ ประสบความสำเร็จใน Real Sector จริง)”

ยกตัวอย่างเช่น ทีม Perception ที่พัฒนาเทคโนโลยีการแสดงผล Augmented Reality (AR) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีด้านหนึ่งของ Deep Tech ได้เริ่มศึกษาวิจัยเรื่องการแสดงผลภาพแบบ AR ในระดับปริญญาเอก ทำให้เกิดการพัฒนาอย่างเป็นระบบ มีการค้นคว้าลงลึก และสามารถนำมาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ ได้

การพัฒนาบุคลากรจะก่อให้เกิดการพัฒนา Deep Tech ในระยะยาว ตัวอย่างเช่น การศึกษาเทคโนโลยี Quantum Computing ในปัจจุบันผู้ศึกษาเทคโนโลยีนี้ในประเทศไทยมีจำนวนน้อยมากเมื่อเทียบกับต่างประเทศ ทำให้ฐานความรู้ทางด้านเทคโนโลยีนี้ในไทยยังมีอยู่น้อยมาก ซึ่งปัญหาในลักษณะเดียวกันนี้เกิดขึ้นกับเทคโนโลยีชั้นสูงด้านอื่นเช่นกัน อย่างเช่น การนำปัญญาประดิษฐ์มาใช้งานและพัฒนาต่อยอดเพื่อให้รองรับกับผู้ใช้ภาษาไทย ซึ่งที่ผ่านมานั้นยังไม่สามารถสัมฤทธิ์ผลตามความคาดหวัง เนื่องจากขาดแคลนผู้พัฒนาซึ่งต้องรู้ทั้งภาษาไทยเป็นอย่างดี ควบคู่กับความเชี่ยวชาญด้านปัญญาประดิษฐ์อย่างลึกซึ้ง​

ความพยายามในการสนับสนุนการศึกษาที่เอื้อต่อการพัฒนา Deep Tech
เนื่องจาก “การศึกษา” เป็นต้นน้ำของการเกิดนวัตกรรม เพื่อพัฒนาประเทศให้พร้อมกับการแข่งขันบนเศรษฐกิจฐานความรู้ ผู้เชี่ยวชาญที่ศึกษา Deep Tech ด้านต่างๆ จึงมีแนวคิดริเริ่มที่จะพัฒนาการศึกษาของไทยควบคู่ไปกับการพัฒนานวัตกรรม Deep Tech ด้วย

  • สื่อการสอนจาก Deep Tech เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ

การจะทำให้คนตระหนักถึงความสำคัญของเทคโนโลยีชั้นสูงที่น่าจะทำให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีได้วิธีหนึ่ง คือ การนำเทคโนโลยีนั้นเข้าสู่โรงเรียนในรูปแบบของสื่อการสอน ยกตัวอย่างเช่น ทีม Perception ที่พัฒนาเทคโนโลยี AR โดยการสร้างภาพ 3 มิติที่สามารถแสดงผลได้ทั้งแบบลึกลงไปในจอและลอยออกมาหน้าจอเหมือน Hologram ที่ให้รายละเอียดสมจริงทั้งเนื้อวัสดุและมุมมอง โดยอาศัยเทคโนโลยี Perspective Correlated Render ในการพัฒนามุมมองด้วยการใช้ sensor ตรวจจับการเคลื่อนไหวของแว่นตาที่ผู้ชมสวมใส่ ซึ่งเป็นแว่นตาขนาดปกติ ไม่จำเป็นต้องใช้แว่นตาพิเศษที่ติดตั้งอุปกรณ์ขนาดใหญ่ อีกทั้งแว่นตานี้ยังมีน้ำหนักใกล้เคียงกับแว่นตาทั่วไป จึงทำให้ผู้ใช้สวมใส่ได้ต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานโดยไม่มีอาการเมื่อยล้าทางตา ซึ่งนอกเหนือจากการพัฒนาตัวเทคโนโลยี ทีม Perception ยังมีความตั้งใจที่จะพัฒนา AR แบบพิเศษนี้เพื่อเป็นสื่อการเรียนการสอนในโรงเรียน เพราะเชื่อว่าการที่เด็กได้สัมผัสกับเทคโนโลยีนี้จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจและต่อยอดความคิดสร้างสรรค์ เพื่อนำไปสู่การพัฒนาองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีนี้ได้อีกในอนาคต

  • ลดช่องว่าง เพิ่มความเข้าใจในตัว Deep Tech ผ่านการเรียนการสอน

เพื่อสร้างความพร้อมและโอกาสในการรับมือกับ Disruptive Technology ของคนรุ่นต่อๆ ไปให้สูงขึ้น การจัดเตรียมองค์ความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีขั้นสูงให้แก่พวกเขาจึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ทีม QuTE กลุ่มผู้เชี่ยวชาญที่กำลังศึกษาเรื่อง Quantum Computing ในเชิงลึกและมุ่งหวังที่จะนำเทคโนโลยีนี้มาปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ มีความตั้งใจที่จะถ่ายทอดพื้นฐานความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยี Quantum Computing ที่อาจเข้าใจได้ยากให้เข้าใจได้ง่ายขึ้นและเข้าถึงคนทั่วไปให้ได้มากที่สุด ซึ่งนอกเหนือจากความเข้าใจในพื้นฐานของเทคโนโลยีแล้ว ทีม QuTE ยังหวังว่าการถ่ายทอดความรู้ในลักษณะนี้จะช่วยเพิ่มจำนวนบุคลากรที่จะมาช่วยกันพัฒนาเทคโนโลยีนี้ต่อไปในระยะยาวอีกด้วย

ปัจจุบัน ทั้งทีม Perception และ ทีม Qute กำลังอยู่ในช่วงของการบ่มเพาะ หรือ Incubation ของโครงการ U.REKA ซึ่งแน่นอนว่าความตั้งใจทั้งหมดนี้จะสัมฤทธิ์ผลได้นั้น จำเป็นต้องอาศัยการสนับสนุนจากหลายฝ่าย ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคการศึกษา รวมถึงทีมนักพัฒนาด้วยเช่นกัน

ในโอกาสต่อไป Digital Ventures ยังมีเรื่องราวในมุมต่างๆ ของ Deep Tech มาให้ทุกท่านได้อ่านกันอีก อย่าพลาดติดตามกัน