Digital Ventures

Back to blog

Deep Technology กับการดูแลสุขภาพจิตของคนไทยในมุมมองของ Pordeekum.ai

DIGITAL VENTURES October 05, 2018 11:55 AM

5,703

เมื่อพูดถึง HealthTech ในปัจจุบัน นอกจากเทคโนโลยีที่เกี่ยวกับสุขภาพกายแล้ว ยังมีนวัตกรรมทางการแพทย์เพื่อดูแลสุขภาพจิตใจของเราด้วย ซึ่งสุขภาพจิตเป็นสิ่งที่หลายๆ คนหันมาให้ความสนใจถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นและพยายามป้องกัน แก้ไขหรือหาทางออกที่ดีที่สุด วันนี้ Digital Ventures จึงชวน Pordeekum.ai ทีมนักพัฒนา Solution ด้าน HealthTech ที่มุ่งเน้นด้านสุขภาพจิตจากโครงการ U.REKA มาพูดคุยเกี่ยวกับภารกิจการดูแลสุขภาพจิตของคนไทยด้วยเทคโนโลยี Deep Tech กัน

ภาพรวมด้านปัญหาสุขภาพจิตของคนไทยในปัจจุบัน

แม้เราจะได้ยินเกี่ยวกับความเจ็บป่วยด้านจิตเวชมามากตามสื่อต่างๆ แต่หากถามถึงความเข้าใจที่ลึกซึ้งพอจะนำไปสู่การแก้ไขนั้นกลับไม่ได้มีมากเช่นนั้น โดยทาง Pordeekum.ai ชี้ว่าปัจจัยที่ทำให้คนไทยเข้าไม่ถึงการรักษา คือความเข้าใจเกี่ยวกับปัญหาสุขภาพจิตและความเจ็บป่วยทางจิตใจที่ไม่มากพอ ความยุ่งยากในการเข้าถึงกระบวนการการรักษา และปัจจัยด้านเศรษฐกิจจากค่ารักษาพยาบาลที่สูง หรือแม้แต่ ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหน

สำหรับการแก้ไขนั้นทำได้ตั้งแต่การสร้างความรู้ความเข้าใจว่าปัญหาสุขภาพจิตและความเจ็บป่วยทางจิตเวชเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ทั้งเรื่องสภาพแวดล้อม สภาพเศรษฐกิจ สังคม ไปจนถึงสารเคมีในสมองที่ทำงานไม่สมดุล การเข้าใจปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ ถือเป็นส่วนสำคัญของการยอมรับว่าโรคทางใจไม่ได้เกิดจากการอ่อนแอหรือคิดไปเอง ซึ่งจะจูงใจให้คนเข้าหาตัวช่วยได้มากขึ้น  ส่วนปัจจัยที่ว่าไม่รู้จะเริ่มขอความช่วยเหลือจากจุดไหน เรื่องค่าบริการ และขั้นตอนที่ยุ่งยาก ก็สามารถนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อให้คนที่มีปัญหาสุขภาพจิตได้รับการช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึงมากขึ้น

จุดเด่นของเทคโนโลยี Deep Tech ในการดูแลสุขภาพจิต

ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของค่าบริการที่ถูกลง การพัฒนาของเทคโนโลยีหลายชนิดทำให้คนปัจจุบันสามารถเข้าถึงบริการใหม่ๆ ได้ง่ายขึ้น รวมถึงบริการทางสุขภาพจิตที่ผสมผสาน Deep Technology เพื่อให้มีประสิทธิภาพที่สูงขึ้น ซึ่ง Pordeekum.ai ได้นำทั้งเทคโนโลยีปัจจุบันและ Deep Tech มาพัฒนา Solution ที่ตอบโจทย์ให้กับผูที่มีปัญหาสุขภาพจิต โดยเฉพาะภาวะซึมเศร้า ได้แก่ AI Chatbot

AI Chatbot เป็นที่ทราบกันดีว่า Chatbot ช่วยให้เกิดการสื่อสารแบบรับส่งกับผู้คนจำนวนมากได้โดยอัตโนมัติ ทาง Pordeekum.ai จึงพัฒนา Chatbot สำหรับการดูแลผู้ที่มีภาวะซึมเศร้า โดยใช้เทคโนโลยี AI เรียนรู้การตอบโต้ที่เหมาะสม ซึ่ง AI Chatbot ของ Pordeekum.ai มีด้วยกัน 2 ตัว ได้แก่ JubJai ทำหน้าที่เก็บข้อมูลเบื้องต้นสำหรับการคัดกรองสภาวะอารมณ์ซึมเศร้าของแต่ละคน และ TuneJai ซึ่งจะเป็น chatbot ที่มีความฉลาดทางอารมณ์ สามารถเข้าใจ และโต้ตอบกับผู้ที่มีภาวะซึมเศร้าได้อย่างเหมาะสมตามหลักจิตวิทยา ถือเป็น Emotional Assistant ที่อยู่กับผู้ใช้งานทุกที่ ทุกเวลา ผู้ใช้บริการสามารถเข้าถึง TuneJai ได้อย่างสะดวกใจ โดยไม่ต้องกังวลว่าใครจะรู้ว่าตนกำลังมีปัญหาสุขภาพจิต หรือกำลังต้องการความช่วยเหลือจากภาวะซึมเศร้าที่มีอยู่ เนื่องจาก Pordeekum.ai ให้ความสำคัญกับเรื่อง Privacy เป็นอันดับหนึ่ง

Emotional Intelligent Chatbot ยาสามัญประจำบ้าน ตัวช่วยเรื่องอารมณ์

Pordeekum.ai ตั้งเป้าหมายว่า จากการทำงานร่วมกันระหว่างทีมผู้เชี่ยวชาญด้าน AI และทีมนักจิตวิทยาคลินิกที่มีประสบการณ์สูงในการดูแลผู้ที่มีภาวะซึมเศร้า TuneJai จะกลายเป็นเหมือนยาสามัญประจำบ้าน ที่ช่วยดูแลสภาวะอารมณ์ได้ตั้งแต่เนิ่นๆ เป็นดังเพื่อนคู่คิดที่ใช้เทคนิคทางจิตวิทยาที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับภาวะซึมเศร้า  ให้คอยรับฟัง และปรับเปลี่ยนมุมมอง ป้องกันไม่ให้ปัญหาทางอารมณ์นี้ลุกลามบานปลาย และลดโอกาสของโรคซึมเศร้าที่จะเข้ามาสร้างความเสียหายให้ชีวิต  ถือเป็นการใช้เทคโนโลยีลดความรุนแรงและความเสียหายของโรคซึมเศร้าได้ตั้งแต่ระยะเริ่มแรก

AI Chatbot ผู้ช่วยของนักจิตวิทยา

นอกจาก TuneJai จะกลายเป็นเพื่อนทางอารมณ์ของผู้ที่มีปัญหาทางจิตใจแล้ว chatbot ตัวนี้ ยังจะเป็นผู้ช่วยของนักจิตวิทยาอีกด้วย ในกระบวนการการบำบัดด้วยการพูดคุยระหว่างนักจิตวิทยากับผู้ที่มีภาวะซึมเศร้านั้น ต้องทำอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ แต่ปัญหาความขาดแคลนบุคลากร รวมทั้งเรื่องค่าบริการ กว่าจะได้คุยกับนักจิตวิทยาครั้งถัดไป อาจจะเป็นเดือนหรือนานกว่านั้น chatbot สามารถเข้ามาเป็นตัวช่วยของนักจิตวิทยาในการดูแลผู้เข้ารับบริการในระหว่างรอที่จะเจอกันครั้งต่อไป โดยนักจิตวิทยาสามารถเลือกและกำหนดได้ว่า tool ไหนใน TuneJai ที่จะเหมาะสมกับผู้รับบริการรายนั้น และมอบหมายให้ใช้ TuneJai ในทุกๆ วัน จนกว่าจะเจอกันครั้งถัดไป และนักจิตวิทยาก็สามารถเรียกดูข้อมูลได้ก่อน session การบำบัด เป็นการติดตามความก้าวหน้าในการรักษา ประหยัดเวลา และช่วยให้เข้าใจผู้เข้ารับบริการได้มากขึ้นด้วย

มาตรฐานของการดูแลสุขภาพจิต เมื่อกระบวนการกลายเป็นรูปแบบดิจิทัล

หลายคนมองว่าเมื่อกระบวนการให้การดูแลเรื่องภาวะซึมเศร้าสามารถเข้าถึงได้สะดวกบน Digital Platform นั้นมีมาตรฐานการดูแลเหมือนหรือแตกต่างจากการพูดคุยกับนักจิตวิทยาโดยตรงอย่างไร ร ซึ่งทางนักพัฒนาอย่าง Pordeekum.ai ก็อธิบายถึงมาตรฐานต่างๆ ที่ใช้ทั้งด้านการรักษาและความปลอดภัยของข้อมูลดังนี้

  • ยึดมาตรฐาน Telemedicine ระดับนานาชาติ ในประเทศไทยยังไม่มีการระบุมาตรฐานด้าน Telemedicine แม้ว่า AI Mental Health Chatbot จะไม่ถือว่าเป็น telemedicine โดยตรง แต่ทาง Pordeekum.ai ก็นำมาตรการและแนวทาง telemedicine จากสหรัฐอเมริกา มาใช้เป็นแนวทางปฏิบัติ
  • ทีมนักจิตวิทยาคลีนิคที่มีความเชี่ยวชาญเรื่องโรคซึมเศร้า นอกจากความรู้แล้ว ทีมนักจิตวิทยาของ Pordeekum.ai ยังต้องมีประสบการณ์ตรงในเชิงลึก ในการบำบัดรักษาผู้ป่วยซึมเศร้าในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับน้อย ไปจนถึงระดับรุนแรง เพื่อนำประสบการณ์นั้นมาประยุกต์ใช้ในการออกแบบเนื้อหาการสนทนา และเครื่องมือทางจิตวิทยาต่างๆ ใน TuneJai ให้มีความเหมาะสม และมีประสิทธิภาพเฉพาะเจาะจงกับภาวะซึมเศร้าในรูปแบบ chatbot
  • จัดการข้อมูลผู้ใช้บริการตามหลักจรรยาบรรณวิชาชีพนักจิตวิทยาคลินิก  ถือเป็นประเด็นละเอียดอ่อนที่ต้องใส่ใจ โดยเฉพาะในส่วนของ Chatbot ที่เป็นข้อมูลดิจิทัล โดยใช้วิธีแยกข้อมูลผู้ใช้บริการกับบทสนทนาออกจากกัน แล้วทำการเข้ารหัสทั้งสองส่วน ผู้ดูแลระบบจะไม่สามารถทราบได้ว่าข้อความดังกล่าวเป็นของผู้ใช้บริการคนใด นอกจากนี้ ยังยึดแนวทางจาก HITPA องค์กรด้านการจัดการข้อมูลผู้ใช้บริการทางการแพทย์มาเสริมด้วย

 

มองวิธีการเข้าถึง เพื่อให้การดูแลเกิดเป็นวงกว้าง

แม้จะพัฒนา Solution ด้วยเทคโนโลยี Deep Tech บนมาตรฐานทางการแพทย์ระดับสากลขนาดไหน แต่หากเข้าไม่ถึงผู้รับบริการก็ไม่มีประโยชน์ ซึ่งทาง Pordeekum.ai มองว่าวิธีที่จะทำให้ Solution นี้กระจายไปในวงกว้าง คือ การบรรจุ Solution เป็นสวัสดิการพนักงาน เพราะกลุ่มคนทำงานเป็นกลุ่มคนหนึ่งที่มีปัญหาด้านสุขภาพจิต ทั้งจากความเครียดของงานและสภาพแวดล้อมต่างๆ ที่จะส่งผลต่อการทำงานด้วย หากผู้บริหารองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนบรรจุ Solution ด้านการดูแลสุขภาพจิตเอาไว้เป็นสวัสดิการเหมือนการดูแลสุขภาพทั่วไป ไม่เพียงแต่จะได้ผลลัพธ์ด้านการดูแลสุขภาพจิตที่ดีขึ้นเท่านั้น แต่ยังสร้างความเข้าใจในการดูแลสุขภาพจิตที่ถูกต้องในสังคมเป็นวงกว้างขึ้นด้วย

อีกด้านก็คือ การตั้งกองทุนสำหรับผู้ต้องการรับบริการที่มีปัญหาทางการเงิน ทุกคนมีโอกาสมีปัญหาทางจิตใจได้ทั้งนั้น  แต่โอกาสที่จะได้รับการดูแลสำหรับหลายคนยังจำกัดเพราะเรื่องของรายได้ ดังนั้น ทาง Pordeekum.ai จึงอยากจัดตั้งกองทุนช่วยเหลือผู้ที่มีข้อจำกัดดังกล่าว ให้สามารถเข้ารับบริการบน Platform ได้

มองหาการสนับสนุนเพื่อผลักดัน HealthTech ในประเทศไทยให้เติบโต

การใช้ Deep Tech เพื่อการรักษาสุขภาพจิตถือเป็นส่วนหนึ่งของ HealthTech ซึ่งเป็น Sector ที่ประเทศไทยต้องการสนับสนุนให้เกิดขึ้นเพื่อดูแลสุขภาวะทางจิตของคนในประเทศและเพิ่มขีดการแข่งขันทางเศรษฐกิจผ่านภาคบริการสุขภาพ ทาง Pordeekum.ai มองว่าควรเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนร่วมมือกับภาครัฐอย่างจริงจัง เพื่อให้บริการด้านสุขภาพจิตที่เกิดจากเทคโนโลยีเข้าถึงประชาชนทั่วไปอย่างทั่วถึงและเป็นมาตรฐาน อันจะช่วยยกระดับการดูแลสุขภาพในภาพรวมของประเทศได้ อีกทั้งการสนับสนุนอย่างจริงจังและเป็นรูปธรรมถือเป็นตัวจุดประกายที่กระตุ้นให้เกิดการค้นคว้าเทคโนโลยีเกี่ยวกับสุขภาพด้านอื่นๆ ด้วย

เรียกได้ว่านอกจากการพัฒนาเทคโนโลยี Deep Tech แล้ว ยังต้องรับการสนับสนุนจากหลายภาคส่วนเพื่อให้นวัตกรรมด้านการดูแลสุขภาพจิตเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมในประเทศไทย ซึ่ง Pordeekum.ai เองก็เป็นหนึ่งในนักพัฒนา Deep Technology จาก U.REKA โครงการบ่มเพาะนวัตกรรมจากเทคโนโลยีชั้นสูงโดย 7 มหาวิทยาลัยชั้นนำและบริษัทเอกชนที่ต้องการสร้าง Product หรือ Service จาก Deep Technology เพื่อยกระดับประเทศไทยให้พร้อมแข่งขันในยุคเศรษฐกิจฐานความรู้ที่จะมาถึง โดยยังเปิดรับการสนับสนุนเพื่อให้โครงการดังกล่าวเกิดขึ้นได้จริง ทั้งนี้ Digital Ventures จะติดตามความคืบหน้าและประเด็นที่น่าสนใจจากโครงการ U.REKA มาให้ทุกท่านได้ติดตามกันแน่นอน