Digital Ventures

Back to blog

Cashless Society กับการผลักดันบริการทางการเงินโดย Social Network ในจีน

February 27, 2019 4:18 PM

826

Digital Ventures เคยพูดถึงเรื่องราวของประเทศจีนแล้วหลากหลายมุม ไม่ว่าจะเป็นในมุม Ecosystem (อ่านบทความ Shanghai Ecosystem และ Shenzhen Ecosystem) หรือมุม Financial Service (อ่านบทความ Peer-to-Peer Lending in China และ WealthTech in China) ในครั้งนี้เราจึงพามาสำรวจอีกมุมหนึ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือเรื่อง Social Network ในประเทศจีนที่เกี่ยวพันกับ Cashless Society ซึ่งเป็นเป้าหมายของหลายประเทศในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล ซึ่งจีนเป็นประเทศที่กล่าวได้ว่าประสบความสำเร็จในการทำ Cashless Society เป็นอย่างมากโดยมีกลไกมาจาก Social Network นั่นเอง เราจึงขอพาไปสำรวจแง่มุมการใช้ Social Network ผลักดัน Cashless Society ในจีนกัน

 

 

ภาพรวม Cashless Society ในจีน

จีนเป็นประเทศที่ผลักดัน Cashless Payment มากจนกล่าวได้เป็นผู้นำและเข้าใกล้การเป็น Cashless Society มากที่สุดแห่งหนึ่งในโลก จากข้อมูลสถิติโดย Renmin University of China ระบุว่า Cashless Payment ในจีนมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งบัตรเครดิตและ Mobile Application โดยเฉพาะ Mobile Application ที่มีจำนวนกการทำธุรกรรมสูงถึง 900,000 ล้านครั้ง ในปี 2016

จำนวนธุรกรรมที่สูงของ Mobile Application มาจากการทำตลาดของผู้ให้บริการ Cashless Payment ที่เน้นไปยังการใช้งานประจำวัน จากข้อมูลโดย Renmin University of China ระบุถึงรูปแบบการจ่ายค่าสินค้าและบริการต่าง ๆ ดังนี้

  • ร้านค้าปลีก มีสัดส่วนการจ่ายเงินผ่าน Mobile Application เป็นสัดส่วนมากกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ ทั้งในร้านสะดวกซื้อ ซูเปอร์มาร์เก็ต และห้างสรรพสินค้า
  • บริการความบันเทิง จากผลสำรวจระบุว่าคนจีนใช้ Mobile Application จ่ายเงินค่าตั๋วชมภาพยนตร์สูงถึง 70 เปอร์เซ็นต์
  • การท่องเที่ยว เมื่อคนจีนเดินทางท่องเที่ยว พวกเขายังคงใช้ Mobile Payment กับบริการต่าง ๆ เช่น แท็กซี่หรือจ่ายค่าโรงแรม เป็นสัดส่วนสูงถึงกว่า 60 เปอร์เซ็นต์

 

Social Network กับความสำเร็จของ Cashless Society

เมื่อพูดถึง Fintech จีนไม่ได้คิดถึงวิธีจ่ายเงิน แต่คิดถึงวิธีการใช้ชีวิต นั่นเป็นเหตุผลให้จีนเลือกผสาน Payment Platform เข้ากับแอปพลิเคชันที่รายล้อมชีวิตประจำวัน เช่น Social Network, E-Commerce และ Service ต่าง ๆ แต่ที่ส่งผลเห็นได้ชัดที่สุดก็ไม่พ้น Social Platform ทั้งหลายที่ทำให้แพร่หลายอย่างที่เห็น

ผู้ให้บริการ Payment Gateway รายใหญ่ของจีนอย่าง Alibaba และ Tencent ล้วนนำ Social Network ของตัวเองมาผสานกับบริการ Payment Gateway และ Wallet ของตัวเองอย่างลงตัว โดยมีรูปแบบการใช้หลักๆ ดังนี้

  • Social Network Platform คุณสมบัติของ Social Network คือการเชื่อมโยงและมี Profile ที่ชัดเจน ซึ่งการเชื่อมโยงนำมาซึ่งความสะดวกในการทำธุรกรรมไม่ว่าจะระหว่างผู้ใช้ด้วยกันหรือผู้ใช้กับร้านค้า ส่วนการมี Profile นั้นเปรียบเสมือนการยืนยันตัวตน (Verification) อันเป็นกระบวนการทำธุรกรรมบนดิจิทัลพื้นฐานที่สามารถกระทำบน Social Network ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ในจีนจึงมีบริการทางการเงินที่ผู้ใช้สามารถผูกบัญชียืนยันตัวตนบน Social Network ให้บริการอยู่
  • Social Commerce Platform จีนยังมี E-Commerce ที่เน้นบริการแบบ Consumer-to-Consumer ด้วย ซึ่งผู้ใช้จะไม่ได้ซื้อขายอย่างเดียว แต่ยังมีปฏิสัมพันธ์ต่าง ๆ ทั้งพูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดเห็น เรียกว่า Social Commerce เพื่อให้ธุรกรรมระหว่างผู้ใช้ง่ายขึ้น จึงผนึกเอา Payment Solution เข้ามา ซึ่ง Platform นี้ก็เป็นส่วนสำคัญให้ Cashless Payment แพร่หลาย

 

การบริการ Cashless Payment มารวมเข้ากับ Social Network นอกเหนือจากจะได้ช่วยให้บริการทางการเงินเข้าถึงชีวิตประจำวันได้ง่ายขึ้นแล้ว ยังนำไปสู่การเก็บ Data ซึ่งต่อยอดให้เกิดบริการรูปแบบอื่น ๆ มากขึ้นด้วย

 

 

Cashless Service ที่ต่อยอดจาก Social Network

การผสาน Cashless Payment เข้ากับ Social Network ยังทำให้เกิดบริการทางการเงินรูปแบบใหม่ๆ ซึ่งเกิดขึ้นได้จากคุณสมบัติการเชื่อมโยง การยืนยันตัวตน รวมการเก็บข้อมูลต่าง ๆ บน Platform ซึ่งตัวอย่างของ Service ที่น่าสนใจมีดังนี้

  • Peer-to-Peer Transfer เนื่องจาก Social Network ช่วยปลดล็อกคุณสมบัติหลายอย่าง โดยเฉพาะการยืนยันตัวตนผ่าน Profile ที่น่าเชื่อถือ จึงเกิดบริการแลกเปลี่ยนเงินระหว่างบุคคลเพื่ออำนวยความสะดวกการใช้งานในชีวิตประจำวัน เช่น การให้ยืมเงินจำนวนน้อย การแชร์ค่าอาหารหรือบริการต่าง ๆ ระหว่างผู้ใช้ก่อนจ่ายให้กับผู้ให้บริการ
  • Micro Credit for Lending การใช้งาน Social Network และ Social Commerce นำมาซึ่งข้อมูลของผู้ใช้ ทั้งการโพสข้อความ การเช็กอินสถานที่ รวมถึงการใช้จ่ายซื้อสินค้าและบริการ ผู้ให้บริการสามารถประเมินเครดิตเพื่อเสนอบริการสินเชื่อสำหรับใช้จ่ายผ่าน Cashless Payment ของผู้ให้บริการเท่านั้นได้ในจำนวนเงินราว 500-50,000 หยวน (ประมาณ 2,500-250,000 บาท) ซึ่งเพียงพอกับการจับจ่ายใช้สอยประจำวัน โดยเก็บดอกเบี้ยในอัตราที่ต่ำกว่าสินเชื่อจากแหล่งอื่น ๆ มาก

 

ทั้งสองข้อเป็นตัวอย่างบริการอันเกิดจาก Social Network ที่ช่วยอำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้งาน ทำให้มีคนเข้ามาใช้บริการ Cashless Payment มากขึ้นจาก Service รูปแบบดังกล่าว

ต้องยอมรับว่าจีนเป็นประเทศที่นำ Social Network ที่พวกเราเล่นเพื่อเข้าถึงข้อมูลและความบันเทิงต่าง ๆ มาใช้ยกระดับบริการด้านการเงินได้อย่างน่าสนใจ ซึ่งไม่เพียงให้ประสบการณ์ใช้งานที่ดีแก่ผู้ใช้เท่านั้น แต่ยังพาจีนไปสู่การลดใช้เงินสดอันทำให้เศรษฐกิจดิจิทัลเติบโตขึ้นด้วย ทั้งนี้ ในโอกาสต่อไป Digital Ventures จะมีเรื่องราวด้านการเงินที่น่าสนใจมานำเสนอกันอีก อย่าพลาดติดตามกัน

ขอบคุณข้อมูลจาก ipsos.com, technode.com และ thatsmags.com