Digital Ventures

Back to blog

Blockchain in Healthcare เทคโนโลยีจัดการข้อมูลจะเปลี่ยนโฉมวงการสาธารณสุขอย่างไร

DIGITAL VENTURES August 27, 2018 5:31 PM

2,714

นาทีนี้ ต้องถือว่า Blockchain เป็นเทคโนโลยีที่สร้าง Impact กับภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมอย่างมาก ซึ่งภายในอนาคตอันใกล้ Blockchain จะเข้ามาอยู่ใกลัตัวเรามากขึ้น ซึ่งหนึ่งในนั้นคือการยกระดับด้านสาธารณสุขที่เกี่ยวข้องกับความเป็นอยู่ของพวกเราโดยตรง แต่เทคโนโลยีนี้จะมีศักยภาพเข้ามาเปลี่ยนแปลงด้านสาธารณสุขได้อย่างไรบ้างนั้น Digital Ventures ก็ขอพาทุกท่านไปสำรวจกัน

Blockchain กับการจัดการข้อมูลสุขภาพของคนทั้งสังคม

ทุกคนที่เคยใช้บริการโรงพยาบาลต้องเคยผ่านด่านการลงทะเบียนเพื่อเก็บข้อมูลด้านสุขภาพและประวัติการรักษา ซึ่งในปัจจุบัน ยังคงใช้ระบบคอมพิวเตอร์แบบดั้งเดิมในการเก็บข้อมูลที่โรงพยาบาลแต่ละแห่ง หรือบางที่ยังคงใช้กระดาษบันทึกข้อมูล ซึ่งยากต่อการสืบค้นและส่งต่อ ส่วนระบบคอมพิวเตอร์แบบดั้งเดิมนั้นแม้จะสืบค้นง่ายกว่า แต่ก็ไม่สามารถแชร์ข้อมูลไปยังหน่วยงานกลางหากเกิดเหตุฉุกเฉินได้ทันท่วงที

Concept ของการใช้ Blockchain สามารถช่วยแก้ปัญหาหรือบรรเทาปัญหาดังกล่าวได้ ทั้งส่วนของการแบ่งปันข้อมูลและการสืบค้น โดยหากนำข้อมูลสุขภาพของประชาชนมาบันทึกไว้ที่หน่วยงานกลาง ด้วยคุณสมบัติของเทคโนโลยีที่สามารถสืบค้นได้รวดเร็วและบิดเบือนได้ยากจึงมีความแม่นยำสูง สามารถเพิ่มข้อมูลใหม่และได้รับการปกป้อง ทั้งยังรองรับการเข้ารหัสที่แข็งแรง จึงมีความปลอดภัย ดังนั้น Blockchain จึงสามารถผสานกับเทคโนโลยียืนยันตัวตนดิจิทัล (Digital Identification) เพื่อเข้าถึงและเปิดเผยข้อมูลในขณะที่ใช้บริการด้านสาธารณสุขได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ

Credit: crypto-news.net

การเก็บข้อมูลสุขภาพด้วย Blockchain ช่วยให้สถานบริการด้านสุขภาพได้รับข้อมูลด้านสุขภาพที่อัพเดทอย่างสม่ำเสมอ ส่งผลต่อการปรับปรุงบริการให้รวดเร็วและตรงจุดยิ่งกว่าเดิม อีกทั้งยังมีความเป็นส่วนตัวมากกว่าการเก็บข้อมูลในฐานข้อมูลแห่งเดียวหรือบนกระดาษ หากผสานกับเทคโนโลยีเข้ารหัสที่เหมาะสม

แต่อย่างไรก็ตาม เนื่องจากข้อมูลด้านสุขภาพส่วนบุคคลเป็นเรื่องละเอียดอ่อน Solution นี้จึงยังเป็น Concept ที่อยู่ในขั้นพัฒนาพร้อมกับหาทางใช้งานด้วยวิธีที่เหมาะสมต่อไป

Supply Chain ในโรงพยาบาล แก้ความผิดพลาดและสิ้นเปลืองด้วย Blockchain

โรงพยาบาลเป็นสถานที่ที่มีเครื่องมือและระบบการดำเนินการซับซ้อน จึงเกิดข้อผิดพลาดในกระบวนต่างๆ ที่นำไปสู่ผลเสียหายทางการเงินได้ง่าย โดย Forbes รายงานว่าในประเทศสหรัฐฯ มีการประมาณตัวเลขจากการออกใบเสร็จค่ารักษาพยาบาลไม่ตรงตามจริง คิดเป็นมูลค่าความเสียหายสูงถึง 600 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2016

ด้วยเหตุนี้ จึงมีแนวคิดการนำ Blockchain มาใช้เก็บข้อมูล Supply Chain ในกระบวนการรักษา ทั้งข้อมูลการใช้เครื่องมือ ชนิดของยาที่จ่าย ไปจนถึงระบุตัวแพทย์และบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการรักษาแต่ละครั้ง ทำให้มีหลักฐานยืนยันสำหรับคิดค่าบริการที่ถูกต้อง อีกทั้งข้อมูลใน Blockchain ยังบิดเบือนไม่ได้ จึงเป็นหลักฐานและการติดตามข้อมูลได้ดีมาก

Blockchain ยังใช้กับ Supply Chain ของการผลิตยารักษาโรคและเครื่องมือแพทย์ได้เช่นเดียวกับที่ใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร การมีข้อมูลย้อนหลังถึงกระบวนการผลิตและขนส่งยารักษาโรคหรือเครื่องมือแพทย์ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการใช้เครื่องมือและตรวจสอบคุณภาพได้ดียิ่งขึ้น

Credit: ultraconsultants.com

ที่สำคัญ การเก็บและตรวจสอบข้อมูลด้วย Blockchain ยังช่วยแก้ปัญหา “ยารักษาโรคปลอม” ซึ่งส่งผลร้ายแรงต่อสุขภาพและเศรษฐกิจ จากการสำรวจของสถาบันสุขภาพแห่งชาติสหรัฐฯ ระบุว่าปัญหายารักษาโรคปลอมส่งผลเสียทางเศรษฐกิจเป็นมูลค่า 200,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ยังไม่นับรวมถึงปัญหาสุขภาพที่ตามมา

ข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วนเพื่อการค้นคว้าวิจัยและวางนโยบายที่มีประสิทธิภาพ

การเก็บข้อมูลด้วยรูปแบบปัจจุบัน ไม่เพียงแต่สืบค้นยากและเสี่ยงต่อการถูกโจรกรรมเท่านั้น แต่ยังไม่สามารถเก็บข้อมูลได้ครบถ้วนด้วย ซึ่งหน่วยงานสาธารณสุขของสหรัฐฯ ประเมินว่ามีข้อมูลการรักษาที่ไม่สามารถรายงานผลได้สูงถึง 50% เนื่องจากเก็บข้อมูลการรักษาได้ไม่ครบถ้วนพอจะใช้อ้างอิงในการวิจัยและวางนโยบายได้

การเปิดเผยข้อมูลทางการแพทย์ต้องได้รับการยินยอมจากผู้รับการรักษา ซึ่งส่วนใหญ่ไม่มั่นใจถึงความเป็นส่วนตัว แต่หากนำข้อมูลเก็บลงในระบบ Blockchain ที่เปิดการเข้าถึงด้วยเงื่อนไขเฉพาะและต้องได้รับอนุญาตเพื่อเป็นข้อมูลอ้างอิง  จะช่วยให้ผู้รับการรักษาเปิดเผยข้อมูลเพื่อเป็นตัวอย่างในงานวิจัยได้มากขึ้น อีกทั้งข้อมูลที่เก็บโดย Blockchain นั้นถือว่าครบถ้วนถูกต้อง จึงใช้อ้างอิงเพื่อวิจัยได้เป็นอย่างดี

นอกจากนี้ ข้อมูลจำนวนมหาศาลที่จัดการด้วย Blockchain ยังทำให้เห็นภาพรวมด้านสาธารณสุขของประเทศ ภาครัฐฯ จึงมีข้อมูลที่ถูกต้องแม่นยำ เพื่อใช้กำหนดนโยบายด้านสุขภาพได้ตรงความต้องการของประชาชนมากกว่าเดิม

Cyber Security อัพเกรดความปลอดภัยรองรับอนาคตของ HealthTech

การพัฒนาเทคโนโลยีด้านสาธารณสุขหรือ Healthtech นั้น มีส่วนช่วยยกระดับการดูแลสุขภาพของผู้คนอย่างมาก แต่ก็มีประเด็นที่ตามมาอย่างการรั่วไหลของข้อมูลจากการใช้เทคโนโลยี Internet of Things ในด้านสุขภาพ โดยรายงานจาก Protenus Bleach Barometre ระบุว่าในปี 2016 มีข้อมูลสุขภาพของประชากร 27 ล้านคนรั่วไหลจากการใช้งาน Internet of Things

ในส่วนนี้ Blockchain สามารถเป็นโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่าง IoTs ได้อย่างปลอดภัยด้วยการเข้ารหัสขั้นสูง ซึ่งการใช้ Blockchain ร่วมกับ IoTs เป็นแนวคิดที่เกิดขึ้นในวงการ FinTech และ Retail มาก่อนแล้ว ดังนั้น จึงสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการแลกเปลี่ยนข้อมูลในวงการ HealthTech ได้ไม่ยาก (สามารถติดตามเรื่องราวของ Internet of Things หนึ่งใน Deep Tech พลิกอนาคตได้ในบทความนี้)

ทั้งหมดนี้คือตัวอย่างการใช้ Blockchain เพื่อยกระดับด้านสาธารณสุขที่มีผลกระทบต่อพวกเราทุกคน ซึ่งตัวอย่างเหล่านี้เป็นเพียงแนวคิดที่ต้องอาศัยการพัฒนาต่อไปในอนาคต ซึ่ง Digital Ventures จะนำเรื่องราวของทั้งเทคโนโลยี Blockchain และ HealthTech มาฝากทุกท่านต่อไป

ขอบคุณที่มาของข้อมูลจาก ibm.com, delotti.com และ nih.gov