Digital Ventures

Back to blog

เมื่อเทคโนโลยีพลิกโลกอย่าง Blockchain ได้เข้ามา Disrupt วงการ Supply Chain แล้วในไทย ตอบโจทย์ทั้งองค์กร ผู้ผลิต และธนาคาร

DIGITAL VENTURES September 25, 2018 11:51 AM

2,660

 

Digital Ventures เคยนำเสนอเรื่องราวและบทบาทของ Blockchain ที่จะเข้าไปสร้างความเปลี่ยนแปลงในธุรกิจอื่นกันมาหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการเงิน พลังงาน หรือแม้แต่ ธุรกิจอาหาร  และล่าสุด Digital Ventures เองก็ได้นำ Blockchain เข้ามา Disrupt ระบบ Supply Chain ที่เรียกว่า B2P (Blockchain Solution for Procure-to-Pay) ที่ เราได้ร่วมกับ SCG เปิดตัวแพลตฟอร์มที่เป็น Solution ใหม่เพื่อเข้ามาแก้ปัญหาด้านการจัดซื้อหรือ Procure to Pay โดยเฉพาะ

เมื่อพูดถึงที่มาที่ไปของความร่วมมือที่ทำให้เกิดการนำ Blockchain มาสู่ Supply Chain คุณอรพงศ์ เทียนเงิน CEO ของ Digital Ventures ได้เล่าจุดเริ่มต้นจากวิสัยทัศน์ของ Digital Ventures ที่มุ่งศึกษาค้นคว้าเทคโนโลยีต่างๆ ที่มีศักยภาพในการพัฒนาต่อยอดเพื่อเป็น Solution ให้กับภาคธุรกิจ ซึ่งหนึ่งในเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ในด้านนี้ก็คือ “Blockchain” โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้าน Supply Chain ที่ระบบการทำงานในปัจจุบันยังคงมีช่องโหว่และปัญหาควรได้รับการแก้ไขอยู่ B2P จึงเป็นแพลตฟอร์มที่จะนำเทคโนโลยี Blockchain มาใช้เพื่อยกระดับกระบวนการ Procure-to-Pay หรือการจัดซื้อจัดจ้าง ที่เป็นขั้นตอนสำคัญขั้นตอนหนึ่งใน Supply Chain ให้อยู่ในรูปแบบดิจิทัล เพื่อการทำงานที่สะดวก ปลอดภัย และรวดเร็วกว่าเดิม อีกทั้งยังเป็นการตอบสนองความนโยบายภาครัฐเรื่อง E-Tax Invoice อีกด้วย


เข้าใจปัญหาที่มีอยู่ของกระบวนการ Procure-to-Pay แบบเดิม ทำไมจึงเหมาะกับการนำ Blockchain มาประยุกต์ใช้

Procure-to-Pay หรือกระบวนการจัดซื้อที่มีขั้นตอนการซื้อและจัดหาวัตถุดิบเพื่อการผลิตเป็นสินค้าหรือใช้ในงานบริการ ซึ่งในปัจจุบันการทำ Procure-to-Pay จะมี Party ที่เกี่ยวข้องอยู่มากมายไม่ว่าจะเป็นบริษัทผู้ซื้อ (Buyer) ผู้ขาย (Supplier) และธนาคาร ซึ่งทำให้ต้องมีขั้นตอนการติดต่อ ยืนยัน และตรวจสอบตามมามากมาย และเกิดเป็นปัญหาที่ทำให้การทำงานยังทำได้ไม่เต็มประสิทธิภาพเท่าที่ควร ตัวอย่างขั้นตอนที่เห็นชัดๆ ได้แก่

  • กระบวนการยืนยันคำสั่งในแต่ละขั้นตอนล่าช้า รายการซื้อขายขององค์กรใหญ่ๆ นั้นมีปริมาณมหาศาลในแต่ละปี ในขณะที่การจัดซื้อในปัจจุบันยังต้องอาศัยการส่งเอกสารตัวจริงระหว่างกัน การยืนยันและส่งคำขอให้แก้ไขล้วนใช้เวลานานในการส่งเอกสารไปมาระหว่า Buyer และ Supplier ซึ่งทำให้เสียเวลาและเอกสารต่างๆ อาจเกิดการตกหล่นระหว่างทางได้
  • สิ้นเปลืองทรัพยากรเพราะต้องใช้กระดาษเป็นจำนวนมาก แม้ปัจจุบันจะมีการส่งเอกสารทางอินเทอร์เน็ต แต่ผู้ที่เกี่ยวข้องในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างยังต้องการเอกสารตัวจริงเพื่อเป็นการยืนยันหลักฐานอยู่ ซึ่งไม่เพียงแต่ต้องเสียเวลาในการขนส่งเอกสารเหล่านั้น ยังทำให้สิ้นเปลืองกระดาษอีกด้วย บางองค์กรที่เป็นองค์กรขนาดใหญ่ อาจต้องใช้กระดาษประมาณ 2-3 ล้านแผ่นต่อปีเลยทีเดียว
  • ขั้นตอนการรับเงินที่ยุ่งยาก Buyer ต้องอนุมัติการจ่ายเงินและแจ้งไปยังธนาคาร ธนาคารจึงสามารถออกเช็คสั่งจ่ายไปยัง Supplier โดยที่ Supplier นั้นยังต้องเดินทางไปรับเช็ค และนำเช็คไปขึ้นที่ธนาคารอีกที ซึ่งทั้งยุ่งยากและสิ้นเปลืองทรัพยากร

 

ปัญหาต่างๆ ล้วนเป็นสิ่งที่องค์กรและคู่ค้าของแต่ละองค์กรต้องเจอความล่าช้าในแต่ละขั้นตอนและทรัพยากรจำนวนมากที่ต้องเสียไปทำให้เกิดต้นทุนทางธุรกิจเป็นอย่างมาก

ปลดล็อกศักยภาพ Blockchain สร้างแพลตฟอร์มรองรับ Procure-to-Pay

จากปัญหาข้างต้น ทำให้เราเห็นถึงช่องว่าง ที่จำเป็นต้องมีการปรับปรุงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการ ซึ่งแพลตฟอร์ม B2P ได้นำคุณสมบัติของ Blockchain เข้ามาปรับใช้กับกระบวนการ Procure-to-Pay ดังนี้

  • กระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ในแต่ละขั้นตอนจะมีผู้ที่เข้าเกี่ยวข้องหลายส่วน เทคโนโลยี Blockchain ช่วยทำให้ทุกภาคส่วนเข้ามาบริการจัดการร่วมกันได้ผ่านแพลตฟอร์มเดียวกัน
  • ผู้ที่เกี่ยวข้องสามารถเห็นข้อมูลชุดเดียวกันได้  Blockchain เป็นเทคโนโลยีที่ทำให้ผู้ที่ได้รับอนุญาตสามารถมองเห็นเอกสารชุดเดียวกันบนแพลตฟอร์มได้ และไม่สามารถทำการแก้ไข ดัดแปลงเอกสาร หรือทำให้หายไปจากระบบได้ หลักฐานการซื้อขายที่เกิดขึ้นบนระบบจึงน่าเชื่อถือ และสามารถติดตามข้อมูลย้อนหลังได้หากมีการแก้ไข

 

  •  เมื่อมีการทำธุรกรรมต่างๆ ทั้ง Buyer และ Supplier จะสามารถมองเห็นข้อมูลชุดเดียวกันได้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องขนส่งเอกสารไปมาด้วยวิธีเดิมอีกต่อไป นอกจากนี้ระบบยังสามารถตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลในเอกสารในสั่งซื้อ ใบรับของ และใบแจ้งหนี้ให้อัตโนมัติ หรือที่เรียกว่า 3 Way Matching แทนการตรวจสอบด้วยคนซึ่งอาจเกิดความผิดพลาดได้ และเมื่อธนาคารมองเห็นการอนุมัติใบแจ้งหนี้ในระบบแล้ว ทำให้ธนาคารสามารถโอนเงินให้แก่ Supplier ได้ตามกำหนดจ่ายเงินทันที  

 

เมื่อ Blockchain เข้ามาช่วยให้ Procure-to-Pay มีประสิทธิภาพขึ้น จึงเกิดประโยชน์มหาศาลกับทุกฝ่าย

แน่นอนว่าเมื่อขั้นตอนต่างๆสามารถทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ฝั่งผู้ซื้ออย่างองค์กร และฝั่ง Supplier ต้องได้รับประโยชน์จากกระบวนการ Procure-to-Pay รูปแบบใหม่นี้

  • ต้นทุนทางธุรกิจลดลง จากการประหยัดทรัพยากรต่างๆ ทั้งจำนวนกระดาษที่ลดลง ค่าใช้จ่ายในการขนส่งเอกสาร เวลาในการติดตามเอกสาร รวมถึงความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นจากการตรวจสอบเอกสารด้วยคน
  • ช่วยให้ผู้ซื้อสามารถเพิ่มและขยายเครือข่ายคู่ค้าได้เป็นจำนวนมาก โดยไม่จำเป็นต้องเพิ่มทรัพยากรใดๆ เพราะขั้นตอนต่างๆ ของการจัดซื้อจัดจ้างสามารถจัดการได้อัตโนมัติผ่านแพลตฟอร์มนี้
  • ทางฝั่ง Supplier สามารถทำ Invoice Financing หรือการเสริมสภาพคล่องให้กับธุรกิจ โดยการนำใบ Invoice ไปใช้ค้ำประกันเพื่อกู้ยืมเงินจากธนาคาร เพราะสามารถแจ้งความจำนงในการขอ Invoice Financing ผ่านระบบได้ทันที ในขณะที่ธนาคารก็สามารถตรวจสอบใบ Invoice และเอกสารอื่นๆ ผ่านระบบนี้ได้ทันทีเช่นกัน ช่วยให้การพิจารณาอนุมัติ ทำได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น
  • นอกจากนี้แพลตฟอร์มนี้ยังรองรับการส่ง Invoice ในรูปแบบ E-Tax Invoice ตามที่รัฐบาลกำหนด

 

อ่านมาถึงตรงนี้คงพอเห็นภาพคร่าวๆ ของการนำ Blockchain เข้ามาประยุกต์ใช้ในการ Disrupt กระบวนการ Procure-to-Pay ได้บ้าง และเพื่อให้เข้าใจขั้นตอนการทำงานของกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างรูปแบบเดิมกับรูปแบบใหม่บนแพลตฟอร์ม B2P ว่าเปลี่ยนไปอย่างไร สามารถดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.youtubetofb.com/ytidM91q7ip-9Iw