Digital Ventures

Back to blog

Big Data ติดอาวุธเพิ่มประสิทธิภาพให้ Financial Service

DIGITAL VENTURES June 14, 2019 1:35 PM

547

ในปัจจุบัน Financial Service มีบริการที่สะดวกยิ่งขึ้น จากเทคโนโลยีชั้นสูงหลากหลายไม่ว่าจะเป็น Artificial Intelligence หรือ Blockchain แต่เทคโนโลยีที่สร้างประสิทธิผลให้กับธุรกิจการเงินมากที่สุด ก็หนีไม่พ้น Big Data ที่สามารถใช้ทั้งกับลูกค้าและ Operation ภายในองค์กรได้เป็นอย่างดี ด้วยเหตุนี้ Digital Ventures จึงขอนำเสนอกลวิธีของ Big Data และประโยชน์ที่ธุรกิจได้รับรวมทั้งการใช้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ให้ทุกท่านได้ติดตามกัน

 

 

ประโยชน์ด้านต่าง ๆ เมื่อสถาบันการเงินใช้ Big Data

Big Data คือเทคโนโลยีด้านการจัดการข้อมูลจำนวนมหาศาลที่ใหญ่เกินกว่าจะจัดการด้วยวิธีแบบดั้งเดิม แต่ด้วยโครงสร้างพื้นฐานทาง Digital ขนาดใหญ่ที่จัดเก็บและจัดการข้อมูลทั้งหมดได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงสามารถนำข้อมูลมารวมกันบนระบบพื้นฐานการจัดการที่ดีแล้ววิเคราะห์เพื่อหาข้อมูลเชิงลึกเพื่อนำไปต่อยอดการทำงานจากผลการคาดการณ์อนาคตได้อย่างแม่นยำ ซึ่งเป็นกลไกการขับเคลื่อนธุรกิจในอนาคต

Big Data จึงเหมาะสมกับภาคบริการทางการเงินในเวลานี้อย่างยิ่ง โดยเฉพาะเมื่อข้อมูลลูกค้าและข้อมูลธุรกรรมถูกยกขึ้นไปอยู่บน Digital Platform ทั้งนี้ IDC ยังประเมินจากรายงานเมื่อปี 2017 ว่าบริษัท Big Data และ Business Analytic จะมีรายได้รวมกันมากกว่า 203,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ภายในปี 2020 โดยรายได้จำนวนมหาศาลจากรายงานดังกล่าว มาจากการที่สถาบันการเงินและผู้ให้บริการสามารถนำ Big Data มาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้ดังนี้

  • ลดความเสี่ยงของธุรกิจการเงิน หากผู้ให้บริการทางการเงินนำข้อมูลมาจัดการก็จะเห็น Insight ที่นำไปสู่การจัดการความเสี่ยงที่ดีขึ้นได้ ยกตัวอย่าง การใช้ Data ประเมินความเสี่ยงของลูกค้าเงินกู้ การใช้ Data ของธุรกรรมสอดส่องความผิดปกติเพื่อความปลอดภัยของลูกค้า ไปจนถึงการใช้ Data ประเมินพื้นที่เกิดอาชญากรรมเพื่อทำการติดตั้งกล้องหรือเครื่องป้องกันในพื้นที่ที่จำเป็น อันเป็นการลดต้นทุนได้ดี
  • ลดต้นทุนการดำเนินการ Big Data เป็นเทคโนโลยีด้านการจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ที่กระจัดกระจายตามแหล่งต่าง ๆ ซึ่งการรวบรวมข้อมูลที่ดีนำไปสู่ Operation ที่คล่องตัวและช่วยลดต้นทุนของธุรกิจโดยตรง ยกตัวอย่าง การนำข้อมูลทั้งหมดที่เกิดขึ้นจากลูกค้ามาจัดเรียงเพื่อให้ Customer Service ตอบสนองกับลูกค้าได้ดีขึ้น ไปจนถึงการจัดทำข้อมูลนำเสนอผู้บริหารที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
  • เพิ่มความน่าเชื่อถือและความพึงพอใจของผู้รับบริการ หากผู้ให้บริการจัดการข้อมูลภายในด้วย Big Data ทั้งด้าน Operation และข้อมูลของลูกค้าได้ดี จะส่งผลให้ Customer Service รวมถึง Sales ส่งมอบบริการให้กับลูกค้าได้รวดเร็ว ถูกต้อง แม่นยำ และปลอดภัยมากขึ้น การส่งมอบบริการได้เช่นนี้ จะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือและเพิ่มความพึงพอใจให้กับผู้รับบริการโดยตรง

 

 

วิธีการใช้ Big Data เพื่อยกระดับองค์กร Financial Service

จากประโยชน์ข้างต้น ทำให้เห็นว่า Big Data มีส่วนช่วยภาคบริการทางการเงินทั้งงานบริการและงานปฏิบัติการ แต่ถึงแม้จะเห็นประโยชน์ดังกล่าวอย่างชัดแจ้ง ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกองค์กรสามารถเปลี่ยนไปสู่การเป็นบริษัท Financial Service ที่เป็น Data-Driven ได้ง่ายๆ เราจึงเรียบเรียง 3 วิธีการที่องค์กรควรตระหนักเมื่อต้องการนำ Big Data มาใช้กับ Financial Service ดังนี้

  • วางแผนกลยุทธการใช้ Data ให้สอดคล้องกับธุรกิจ สาเหตุหนึ่งที่องค์กรเปลี่ยนแปลงสู่ Data-Driven Company ไม่สำเร็จ เนื่องจากมักจะมองการใช้ Big Data ในระยะสั้นและยุติการพัฒนาต่อทันทีเมื่อจบโครงการ ดังนั้น แทนที่จะจบโครงการในระยะสั้น องค์กรควรวางแผนการพัฒนา Big Data โดยอิงจากกลยุทธและรูปแบบธุรกิจตั้งแต่วันแรกที่เริ่มพัฒนา การทำเช่นนี้จะช่วยให้เกิดโครงการต่อยอดไปเรื่อย ๆ รวมถึงมีโอกาสได้พบกับ Partner ที่สอดคล้องกับแนวทางขององค์กรอันนำไปสู่เป้าหมายการเป็น Data-Driven Company ได้
  • เลือกใช้ Platform ที่ยืดหยุ่น ขยายได้ และปลอดภัย แน่นอนว่า Big Data เป็นเทคโนโลยีที่ต้องอาศัย Digital Platform องค์กรจึงควรเลือก Platform ที่มีคุณสมบัติยืดหยุ่น รองรับการขยาย และมีความปลอดภัยสูงตั้งแต่วันแรกที่เริ่มดำเนินการ   การรองรับการขยายจะช่วยให้องค์กรเก็บข้อมูลที่มากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อดำเนินการได้ ความยืดหยุ่นจะช่วยรองรับการปรับแต่งที่เหมาะสมกับขนาดของฐานข้อมูลและลักษณะการใช้งานตามโจทย์ ส่วนความปลอดภัยถือเป็นภาคบังคับสำหรับการทำ Big Data โดยต้องป้องกันไม่ให้ข้อมูลหลุดรั่วและองค์กรต้องสามารถติดตามการใช้ข้อมูลได้เสมอ 
  • เริ่มใช้ Data แก้ปัญหาแรกให้สำเร็จ ก่อนขยายไปด้านอื่น หลายๆ องค์กรเมื่อตั้งเป้าจะเป็น Data-Driven Company แล้ว ก็มักจะเริ่มโครงการหลายๆ ด้านพร้อมกัน ซึ่งมีโอกาสที่จะเสียมากกว่าได้ ดังนั้น การใช้ Big Data จึงควรเริ่มจากการจุดประกายทีละจุด โดยเริ่มจากการแก้ปัญหาแรกให้สำเร็จก่อน แล้วจึงนำบทเรียนที่ได้มาปรับใช้กับปัญหาอื่น ๆ วิธีนี้จะช่วยให้องค์กรเห็นประโยชน์และเข้าใจวิธีการใช้ Big Data รวมถึงลดปัญหาที่อาจเกิดขึ้นจากการทำโครงการจำนวนมากตั้งแต่แรกไปพร้อมกัน

 

นับว่า Big Data เป็นเทคโนโลยีที่จะเข้ามามีบทบาทกับภาคบริการทางการเงินเป็นอย่างมาก ยิ่งในอนาคตที่ข้อมูลทั้งหลายจะเปลี่ยนมาอยู่ในรูป Digital มากขึ้น เราจะมีโอกาสได้เห็นการนำ Big Data มาใช้ในรูปแบบที่หลากหลายขึ้นแน่นอน ในโอกาสหน้า Digital Ventures จะมีเรื่องราวเกี่ยวกับเทคโนโลยีและบริการทางการเงินที่น่าสนใจมานำเสนอกันอีก ต้องติดตามกันต่อไป

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก mapr.com, datafloq.com และ eiopa.europa.e