Digital Ventures

Back to blog

ความฉลาดของวัยเยาว์

DIGITAL VENTURES X CHAMP TEEPAGORN September 19, 2018 1:23 PM

3,840

เป็นอีกครั้งที่ผมต้องทึ่งกับลูกของเพื่อน เด็กน้อยอายุไม่ถึงสองขวบตรงหน้าแสดงปัญญาที่มากกว่าขนาดตัว

“ร้องงงง” เขาพูดเสียงดัง แสดงท่าทางเบะปากหน้าตาบู้บี้ “ร้องงงง” เขาพูดกำกับว่าสิ่งที่ทำอยู่คืออะไร บอกพ่อแม่และผมว่านี่คือการแสดงว่าจะร้องไห้, จะร้องแล้วนะ - หากไม่ได้ดังใจ การ ‘ร้อง’ ที่เป็นทีเซอร์เรียกน้ำย่อยนี้จะกลายเป็นการร้องไห้จริงๆ แบบฟูลฟีเจอร์ฟิล์มความยาวสองชั่วโมงเต็ม

ทำไมเด็กอายุไม่ถึงสองขวบถึงสามารถเล่นกลเล่นแง่เล่นละครได้เก่งขนาดนี้! นี่คือความมหัศจรรย์ที่ทำให้ผมนั่งทึ่งอยู่ตรงนั้นเนิ่นนาน “โคตรฉลาด” ผมบอกกับแม่ของเขา “แบบนี้แหละ เขารู้ว่าต้องทำยังไงถึงจะได้สิ่งที่ต้องการ” แม่บอก เหมือนกับเป็นเรื่องปกติ ธรรมดา

ไม่ปกติ! เราต้องเรียนรู้อะไรจากเรื่องนี้ได้บ้างสิ

นั่นเป็นสิ่งที่ Josh Tenenbaum หัวหน้าโครงการที่มีชื่อสุดเท่ว่า MIT Quest for Intelligence (โครงการเฟ้นหาความฉลาดเฉลียว) พยายามทำ (https://quest.mit.edu) โครงการใหม่ล่าสุดที่เพิ่งตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ปี 2018 นี้มีจุดประสงค์เพื่อพัฒนาวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ทางด้านความฉลาดเฉลียวทั้งของมนุษย์และจักรกล “ความพยายามนี้เกิดขึ้นเพื่อหารากฐานของสติปัญญาของมนุษย์ และเพื่อผลักดันสร้างสรรค์เครื่องมือทางเทคโนโลยีที่จะส่งผลเชิงบวกต่อสังคม”

มันเป็นการรวบรวมนักวิทยาศาสตร์หลากหลายสาขา ตั้งแต่นักวิทยาศาสตร์ที่ศึกษาเรื่องชีวภาพ คอมพิวเตอร์ สังคม ไปจนถึงวิศวกร เพื่อค้นหาคำตอบของสติปัญญา และเพื่อพยากรณ์ว่าหากพวกเขาสามารถทำ ‘วิศวกรรมย้อนกลับ’ และประดิษฐ์สติปัญญาแบบของมนุษย์​ให้สถิตอยู่ในจักรกล ในจักรวาลแห่งหนึ่งและศูนย์ (หรือไกลกว่านั้น, จักรวาลควอนตัม) ได้จริง แล้วมันจะส่งผลอย่างไรต่อพวกเราในฐานะมนุษยชาติ?

คำถามที่โครงการนี้ตั้งไว้เพื่อพยายามตอบเช่น “ลองจินตนาการสิ ว่าจะเป็นอย่างไร หากเรารู้ว่าทำไมสมองจึงทำให้เราแสดงพฤติกรรมเปี่ยมปัญญา และจะเป็นอย่างไรหากเรารู้วิธีสร้างปัญญานั้นในจักรกล” “ลองจินตนาการสิว่าจะเป็นอย่างไร หากปัญญาประดิษฐ์มีความเฉลียวฉลาดทางอารมณ์และสังคมเพียงพอที่จะเสริมกำลังให้ทุกคนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นได้” และ “ลองจินตนาการดูสิว่าจะเป็นอย่างไร หากเราสามารถสร้างเครื่องจักรที่ค่อยๆ มีสติปัญญามากขึ้น แบบเดียวกับที่เด็กทารกเติบโตขึ้นมา”

Josh Tenenbaum โฟกัสที่คำถามชุดหลังสุด เขาบอกว่าการเรียนรู้ว่าเด็กเรียนรู้อย่างไร จะทำให้เราสามารถสร้างจักรกลที่ ‘มีความสามารถในการเรียนรู้’ อย่างแท้จริง

ปัญญาประดิษฐ์มีความสามารถในการเรียนรู้อยู่แล้ว แต่หลายคนก็มองว่านั่นเป็นการเรียนรู้อย่างจำกัด การพัฒนาความสามารถในการเรียนรู้แท้จริงจะทำให้มนุษย์เข้าใกล้การสร้าง General AI หรือปัญญาประดิษฐ์ครอบจักรวาลมากขึ้น, Tenenbaum แสดงความเห็นต่อปัญญาประดิษฐ์ที่โด่งดังในช่วงหลังอย่าง Watson หรือ AlphaGo ว่า “ระบบพวกนี้ไม่ได้เฉลียวฉลาดอย่างแท้จริงหรอก มันไม่มีความยืดหยุ่น ไม่มีสามัญสำนึก ไม่เหมือนกับเด็กสองขวบหรือกระทั่งเด็กหนึ่งขวบด้วยซ้ำ อะไรล่ะคือส่วนประกอบที่ขาดหายไป อะไรล่ะคือช่องว่างตรงนั้น”

เพื่อหา “ส่วนประกอบที่ขาดหายไป” Tenenbaum จึงทำงานวิจัยหลายชิ้น เช่นศึกษาวิธีที่เด็กเล็กเข้าใจสภาพแวดล้อมสามมิติด้วยการสร้างโมเดลจำลองในระบบคอมพิวเตอร์ขึ้นมา หรืองานวิจัยเพื่อสร้างโปรแกรมที่สามารถเข้าใจตัวอักษรหรือวัตถุในภาพ โดยดูจากตัวอย่างตั้งต้นไม่กี่ชิ้นเท่านั้น (ต่างจากระบบแบบ Deep Learning ที่ต้องใช้ตัวอย่างมหาศาล)

งานวิจัยของเขายังผลในโลกจริงบ้างแล้ว เช่น การสอนให้ปัญญาประดิษฐ์มี ‘สามัญสำนึก’ (โดยเลียนแบบวิธีที่มนุษย์ปฏิสัมพันธ์กับโลกรอบข้าง) ก็ถูกใช้ในบริษัทที่ก่อกำเนิดจาก ​MIT อย่างบริษัท iSee (http://isee.ai) ที่พัฒนาผลิตภัณฑ์ระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติโดยเฉพาะ พวกเขาสัญญาว่าระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติของตนจะ “สามารถแก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่ยุ่งยากซับซ้อนบนโลกจริงได้” ผู้ก่อตั้ง iSee บอกว่า “มนุษย์นั้นมีความตื่นตัวตอบรับกับสถานการณ์ทางฟิสิกส์และสังคมได้รวดเร็วมาก นี่คือข้อจำกัดของปัญญาประดิษฐ์ในปัจจุบัน และเป็นข้อจำกัดของระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติด้วย”

Tenenbaum มีความฝัน, ความฝันของเขาคือการย้อนกลับไปดูภาพตั้งต้นของปัญญาประดิษฐ์เมื่อ 50 ปีก่อน ที่แรกเริ่มเดิมทีมีความพยายามเลียนแบบหรือใช้ความฉลาดเฉลียวของมนุษย์เป็นแรงบันดาลใจ เขาบอกว่า ตอนนี้คือเวลาที่เหมาะสมแล้ว - เมื่อวิทยาศาสตร์การรับรู้และประสาทวิทยาได้รับการพัฒนาจนเติบใหญ่ - ตอนนี้คือเวลาที่เหมาะสม ที่เราจะสร้างเด็กสักคน

เด็กสักคนที่เฉลียวฉลาดเหมือนมนุษย์